แวดวงผู้เลื่อมใสคงใกล้จะล่มสลายเต็มทีแล้วสีหน้าของหลินชีเยี่ยเคร่งเครียดอย่างยิ่งบรื๊น!เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ดังขึ้นจากข้างๆ ทันใดนั้นหลินชีเยี่ยก็ได้สติ เห็นรถแมคลาเรนคันหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆ ตัวถังสีเทาเหลืองมีรอยสนิมเล็กน้อย ท่ามกลางฝุ่นที่ปกคลุม บ่งบอกถึงพลังและความงามแบบดิบเถื่อนมันเหมือนสัตว์ป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิวันสิ้นโลก กำลังคลานอยู่บนถนนที่แตกร้าว ส่งเสียงคำรามต่ำจี้เนี่ยนนั่งบนเบาะคนขับ จับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะกดแตร“ขึ้นรถ”“……คุณเอารถมาจากไหน?”จี้เนี่ยนยักไหล่พลางกล่าว “การเปลี่ยนรถมันยากตรงไหนกัน คราวหน้าถ้ามีโอกาส ฉันจะพานายไปนั่งเรือสำราญที่ฉันเนรมิตขึ้นมา”หลินชีเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ พร้อมกับคาดเข็มขัดนิรภัยไปด้วยเขาหันหน้าไปมอง เห็นจี้เนี่ยนกำลังมองเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ“คุณมองผมทำไม?”“……ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่นึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าพ่อฉันรู้ว่าคนที่นั่งข้างคนขับเป็นราชาโฮสต์ คงจะถือดาบไล่ฆ่าฉันไปทั่วโลกแน่ๆ” จี้เนี่ยนแลบลิ้น “นั่งให้มั่นนะ”เสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่น รถแม็คลาเรนพุ่งทะยานออกไป หายลับไปที่ปลายถนนในพริบตาหลังจากที่พวกเขาจากไปได้ไม่กี่นาที ร่างในชุดขาวก็พุ่งผ่านท้องฟ้ามาดุจสายฟ้าฟาด ลงมาในหลุมลึกที่จี้เนี่ยนเพิ่งสร้างขึ้นยูริ ทากิชิโระค่อยๆ ยืนตัวตรง ชุดขาวบนร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงฉาน“ไม่ทันสินะ……”เขากวาดต