ายหนุ่มร่างผอมเหลือบตามองถาม
ตอนนี้การลอบสังหารล้มเหลวแล้ว เขาสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้ลำคอได้ทุกเมื่อ เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางรอด จึงกลับสงบลงได้ การลอบสังหารสายเลือดตรงจากจวนขุนพลเทวะ เดิมทีก็เป็นภารกิจที่เก้าส่วนตายหนึ่งส่วนรอดอยู่แล้ว น่าเสียดายที่ไม่อาจสำเร็จได้
“เจ้ารู้จักพ่อข้ารึ?” แววตาของเซียวเหยียนสั่นไหวเล็กน้อย
“เจ้าพูดเล่นแล้ว” ชายหนุ่มร่างผอมกล่าวเสียงเย็น “ใต้หล้านี้มีผู้ใดบ้างไม่รู้จักขุนศึกอาญายุทธ์ ตอนนี้เขาประจำการอยู่ที่ชายแดน เมื่อหลายเดือนก่อนยังได้ระดมพลจอมยุทธ์ทั่วยุทธภพที่ชายแดนวิหคอุดรให้ไปช่วยปราบอสูร เพียงแค่เรียกหาครั้งเดียวก็มีคนตอบรับนับร้อย เกียรติภูมิสูงส่งอย่างยิ่ง”
ช่วยปราบอสูรรึ? เซียวเหยียนขมวดคิ้ว หรือว่าสถานการณ์ที่ชายแดนวิหคอุดรจะย่ำแย่ถึงเพียงนี้แล้ว ถึงกับต้องยืมพลังของจอมยุทธ์ทั่วยุทธภพ
“เจ้าเป็นคนที่แม่รองข้าส่งมา?” เซียวเหยียนถาม
ชายหนุ่มร่างผอมชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจในทันที แววตาฉายแววเย้ยหยัน กล่าวว่า “เจ้าเคยถูกลอบสังหารมาก่อนรึ? ไม่คิดว่าจวนขุนพลเทวะที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ภายในจะมีความเสื่อมโทรมเช่นนี้ด้วย มิน่าเล่าเจ้าถึงได้แสร้งทำ