หลินชีเยี่ยชะงักขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เมอร์ลินยกนิ้วขึ้น รถม้าสีเงินก็ค่อยๆ หยุดลง“ลงรถเถอะ ของขวัญของเจ้าอยู่ข้างใน” เมอร์ลินชี้นิ้วไปทางนอกหน้าต่างหลินชีเยี่ยหันหน้าไปมอง ไม่ไกลนัก บนยอดเขามีโทริอิสีแดงสดตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบสงบ ด้านหลังมันมีเงาทองขนาดมหึมาปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนราง“นั่นคืออะไร?” หลินชีเยี่ยหรี่ตาลง เหมือนจะพยายามมองให้เห็นรูปร่างทั้งหมดของเงายักษ์นั้น“ไปถึงแล้วเจ้าก็จะรู้เอง”เมอร์ลินยิ้มอย่างมีเลศนัย พาทั้งสองคนลงจากรถม้า เดินขึ้นบันไดหยกขาวตรงกลางภูเขา ก้าวขึ้นไปทีละขั้น มุ่งตรงไปยังโทริอิที่อยู่กลางเขาภูเขาลูกนี้น่าจะเป็นจุดสูงสุดของที่ราบฟ้าสูง หลินชีเยี่ยเดินมาถึงด้านหน้าของโทริอิสีแดงสด หันหลังกลับไปมองภายใต้ท้องฟ้าสีเลือด ผืนดินที่รกร้างและซากปรักหักพังทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ใกล้ๆ ขอบฟ้า เขาสามารถเห็นภูเขาศพที่ถูกกองขึ้นมาอย่างเลือนราง……ในความเลือนราง หลินชีเยี่ยยังได้ยินเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังมาจากทิศทางของภูเขาศพเป็นระลอกนั่นคือส่วนลึกที่สุดของที่ราบฟ้าสูง?หลินชีเยี่ยจ้องมองไปทางนั้นครู่หนึ่ง แล้วก็ละสายตากลับมา ตามหลังเมอร์ลินอย่างใกล้ชิด เดินผ่านโทริอิสีแดงสดไปจนกระทั่งตอนนี้ หลินชีเยี่ยถึงได้เห็นรูปร่างทั้งหมดของเงายักษ์สีทองนั้นอย่างชัดเจนนี่คือ เทวสถานสีทองขนาดใหญ่และสง่างาม แม้ว่าขอบมุมจะมีร่องรอยชำรุดบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นอาคารที่