ดความคิดที่ยุ่งเหยิงในสมองทิ้งไป ก้าวเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ซ้ายสุดเขายังไม่ทันได้ปิดประตูห้อง ก็ได้ยินเสียงดังขึ้น ประตูห้องตรงกลางถูกเปิดออกอย่างแรง เห็นเจียหลานอุ้มผ้าห่มผืนหนึ่ง วิ่งออกมาจากห้อง แล้ววิ่งเข้าไปในห้องของหลินชีเยี่ยอย่างรวดเร็วชายหนุ่มยืนอยู่ที่ประตู รู้สึกเหมือนเงาสีน้ำเงินพุ่งผ่านไป ตามด้วยกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก เขายืนงงอยู่ที่เดิมผ่านไปสักพักถึงได้สติ เขาหันไปมอง เจียหลานที่กำลังอุ้มผ้าห่มยืนอยู่ข้างเตียง กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง……“อย่าเข้าใจผิดนะ!” เจียหลานอุ้มผ้าห่มด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ฉัน… ฉันแค่ไม่กล้านอนคนเดียวในที่ที่มีแต่ศพและชิ้นส่วนร่างกายอยู่ไปทั่ว… นายนอนบนเตียง ฉันนอนพื้นก็ได้ ฉันจะไม่รบกวนการพักผ่อนของนาย! นาย… อย่าไล่ฉันไปนะ……”เสียงของเจียหลานเบาลงเรื่อยๆ เธอเบือนหน้าไปอีกทาง แก้มแดงระเรื่อเหมือนแอปเปิ้ลสุกหลินชีเยี่ยมองดวงตาที่เป็นประกายของเจียหลาน ยิ้มอย่างจนใจ เขาเดินไปหน้า เธอพลางยื่นมือรับผ้าห่มจากมือเจียหลานเห็นเช่นนั้น ก้มหน้าลงเล็กน้อย เธอเม้มริมฝีปากอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังในตอนนั้นเอง เสียงของหลินชีเยี่ยก็ดังขึ้น“เธอนอนบนเตียง……” หลินชีเยี่ยชี้ไปที่พื้นข้างเตียง “ฉันจะนอนบนพื้น”……“ความเป็นหนุ่มสาวช่างดีจริงๆ……”ภายในห้อง เมอร์ลินสวมเสื้อคลุมสีฟ้าเข้ม นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง พลางเอ่ยด้วยความรู้สึกตื้นตันทันใดนั้น แสงสีแด