สึกยังไงบ้าง?”“ปกติดีครับ แค่ปวดหัวนิดหน่อย”เฉาเยวียนขยี้ตา ไม่รู้ทำไมรู้สึกเหนื่อยล้าจากส่วนลึกของจิตวิญญาณเขาหันไปมองเสิ่นชิงจู่ และถามอย่างงุนงง “พี่คนเท่ หลังจากฉันหมดสติ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมที่นี่ถึงเปลี่ยนไปแบบนี้? พวกเราออกมาได้ยังไง?”สีหน้าของเสิ่นชิงจู่เริ่มแปลกประหลาดต้องบอกว่า ทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้น เกินความเข้าใจของเขาไปแล้วไม่ว่าจะเป็นอันชิงอวี๋ที่ลงมือสังหารเฉาเยวียน เงายักษ์น่ากลัวที่ปรากฏขึ้นต้านทานกฎแห่งเวลา หรือแม้แต่การฟื้นคืนชีพของเฉาเยวียนในตอนท้าย……ทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้านนอกที่ไม่รู้อะไรเลย เขาลังเลชั่วครู่ก่อนจะส่ายหัวและเอ่ยปาก“รอให้ชิงอวี๋กลับมา แล้วให้เขาบอกกับนายเองดีกว่า”“กลับมา?” เมื่อเฉาเยวียนได้ยินประโยคนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย “แล้วเขาอยู่ไหน?”เสิ่นชิงจู่จมอยู่ในความเงียบ……เมืองชางหนานในโพรงใต้ดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองตุบ!!เสียงดังกึกก้องพลันดังขึ้นในโพรงที่เงียบสงัดมานานหลายปี ฝาตู้ทดลองสีขาวพร้อมกับไอเย็นจัดเปิดออกโดยอัตโนมัติแขนขาวผ่องข้างหนึ่งยื่นออกมาจากข้างใน คว้าขอบตู้เอาไว้ ตามด้วยชายหนุ่มเปลือยกายค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง……อันชิงอวี๋นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางไอเย็นครู่หนึ่ง ถอนหายใจยาวแล้วพึมพำ“พลังของราชันทมิฬนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าที่ฉันจินตนาการไว้เสียอีก……”ในหมู่บ้านชาวประมง ตอนที่ราชันทมิฬปรากฏตัวขึ้น อันชิงอวี๋ที่อยู่ใกล้เฉ