เขาไม่ได้มีความเสียสละเหมือนโจวผิง ไม่ได้มีจิตใจที่คิดถึงต้าเซี่ยเหมือนหน้ากากหวัง พูดถึงที่สุดแล้ว เขาก็ยังคงเป็นเด็กหนุ่มคนเดิมที่เคยคุกเข่าข้างร่างที่กำลังจะตายของจ้าวคงเฉิงในเมืองชางหนาน และชี้ไปยังแสงไฟนีออนเรืองรองในสายฝนแล้วถามว่า ‘เพื่อพวกเขาเหล่านั้น มันคุ้มค่าแล้วเหรอ?’เขารู้ว่าการเลือกของตัวเองอาจจะไม่สมกับสถานะของหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่แล้วมันจะเป็นไรไป?เขาเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีไม่ใช่เพื่อปกป้องประชาชน แต่เป็นเพราะคำสัญญาสิบปีตลอดเส้นทางที่ผ่านมา หลินชีเยี่ยได้ผ่านประสบการณ์มามากมาย และได้เห็นหน่วยพิทักษ์ราตรีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเยี่ยฟ่าน จั่วชิง หลี่เต๋อหยาง หน้ากากหวัง หลูชิว……เขาชื่นชมจิตวิญญาณอันเจิดจรัสของพวกเขา และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ เพื่อเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแต่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ เขายังคงเป็นหลินชีเยี่ยเป็นอันดับแรก และเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นอันดับรองลงมาเหมือนกับที่พูดไว้ตอนก่อตั้งหน่วยม่านราตรีว่า ‘โลกนี้กว้างใหญ่ ประชาชนมีมากมาย พวกเราดูแลไม่ทั่วถึง และก็ไม่อยากจะดูแล… ฉันขอเพียงแค่ใต้ม่านราตรีนี้ คนที่ฉันหวงแหนจะปลอดภัยชั่วนิรันดร์…’ภายใต้ขอบเขตของม่านราตรีนั้น หลินชีเยี่ยสามารถปกป้องประชาชนทั่วหล้าได้แต่ตอนนี้เขายังอ่อนแอเกินไป ม่านราตรีของเขาสามารถปกป้องได้เพียงคนรอบข้างที่เขาหวงแหนเท่านั้นแม้ว่าการทำเช่นนี้อาจจะผิดต่