จางอวิ๋นซีจากไปอย่างเร่งรีบ ถึงขนาดตอนที่ผ่านสวนด้านหน้า ก็ไม่ได้ทักทายเยว่ชิงเหอแม้แต่คำเดียว
เมื่อจางอวิ๋นซีจากไป ในสวนก็กลับคืนสู่ความสงบดังเดิม
เพียงแต่ตอนนี้เซียวเหยียนอายุหกขวบแล้ว เขาจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อไปคารวะฮูหยินใหญ่ที่เรือนวสันต์นิรันดร์ นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะจิตใจให้เคารพผู้อาวุโสและรู้จักบุญคุณตั้งแต่ยังเล็ก
เยว่ชิงเหอในฐานะคู่หมั้นของเซียวเหยียน ก็นับเป็นคนของตระกูลเซียวไปแล้วครึ่งหนึ่ง ย่อมต้องติดตามเขาไปคารวะด้วยกัน
เมื่อไปถึง ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้พบกับเด็กๆ จากเรือนอื่นบ้าง แต่ก็มีเพียงสี่ห้าคนเท่านั้น ล้วนแต่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับเซียวเหยียน เช่น ลูกชายคนที่สองและลูกสาวคนเล็กของฮูหยินห้า ลูกชายกำพร้าของฮูหยินหก และลูกชายหนึ่งหญิงหนึ่งของฮูหยินแปด
ส่วนเด็กคนอื่นๆ ที่เหลือ หากไม่เหมือนกับเซียวจื่อเจี๋ยและเซียวชิงหลวนที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศจนถูกอาจารย์ชื่อดังรับตัวไป ก็คืออายุมากแล้วและได้เข้ากรมเป็นทหารเพื่อไปสร้างชื่อเสียงเกียรติยศ อย่างเช่นบุตรชายและบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ ซึ่งอายุยี่สิบกว่าแล้วและดำรงตำแหน่งนายพลน้อยในกองทัพ หากไม่มีศึกสงครามก็จะกลั