ไป๋หลี่พั่งพั่งที่กำลังเดินผ่านมาเห็นภาพนี้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป กำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อขัดขวางทว่าในตอนนั้นเอง มีแขนข้างหนึ่งวางพาดบนไหล่ของเขาเหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากของเฉาเยวียน เขามองฝูงชนที่กำลังต่อสู้กันในระยะไกล แล้วส่ายหน้า“ไม่มีประโยชน์หรอก พวกเขาเสียสติไปหมดแล้ว การพูดด้วยเหตุผลไม่สามารถทำให้พวกเขาหยุดมือได้ มีแต่จะทำให้พวกเขาหันมาเล่นงานพวกเราแทน……ลงมือเลยดีกว่า”สิ้นเสียง เฉาเยวียนราวกับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงเสริมอีกประโยค “ฉันไม่ได้หมายความว่าให้ฆ่าพวกเขานะ……”“ผมรู้ ตอนนี้ผมยังมีสติอยู่นะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งสูดหายใจเข้าลึกๆ เอื้อมมือล้วงกระเป๋า เชือกสีเขียวที่ใช้มัดสุนัขบ้าเมื่อครู่พุ่งออกมาอีกครั้ง ในพริบตาเดียวก็ยืดยาวออกเป็นหลายเท่า เหมือนงูสีเขียวที่กำลังเต้นรำในอากาศ มัดชาวบ้านจำนวนมากที่กำลังต่อสู้กันอยู่ไว้อย่างแน่นหนาแม้จะถูกเชือกมัดไว้ แต่สีหน้าของชาวบ้านยังคงดุร้ายอย่างยิ่ง พวกเขาหันมามองพวกไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วคำรามด้วยความโกรธ ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อหลุดออกจากพันธนาการ แต่เชือกสีเขียวนี้ราวกับงอกออกมาจากร่างกายของพวกเขา ไม่ว่าจะออกแรงอย่างไรก็ไม่สามารถดิ้นหลุดออกมาได้เมื่อเห็นร่างที่กำลังคำรามและตะโกนใส่ตัวเอง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ดวงตาเผยความโกรธอีกครั้งเขารีบหลับตาลง พลางกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา ราวกับกำลังอดกลั้