นบางอย่างอยู่บนท้องฟ้าอันมืดมิด ดวงจันทร์สีเลือดครึ่งดวงโผล่พ้นกลุ่มเมฆ สีแดงฉานราวกับโลหิตเลือดสดๆ กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปในอากาศที่ร้อนระอุจากเปลวเพลิง กระตุ้นโพรงจมูกของคนทั้งสามราวกับถูกมือปีศาจที่ชั่วร้าย ค่อยๆ แหย่เข้ามาในจิตสำนึกของพวกเขา……เหงื่อเม็ดเป้งไหลลงมาตามแก้มของเฉาเยวียน ดวงตาแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ หางตาเหลือบมองมีดสั้นเปื้อนเลือดของชาวบ้านที่ตกอยู่บนพื้น แล้วก็ไม่สามารถละสายตาไปจากมันได้อีกในหัวของเขา ราวกับมีเสียงหนึ่งกำลังกระซิบไม่หยุด ให้เขาไปหยิบมีดสั้นเล่มนั้นขึ้นมาเขาขยับไปข้างหน้าครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวในวินาถัดมา มีร่างหนึ่งแซงหน้าเขาไป หยิบมีดสั้นบนพื้นขึ้นมา แล้วสะบัดมือขว้างออกไป ปักเข้าไปในชายคาบ้านที่อยู่ไกลออกไป!“เฉาเยวียน นายห้ามแตะต้องมัน……” ดวงตาของเสิ่นชิงจู่ก็แดงก่ำเช่นกัน เขายืนอยู่กับที่ พลางหายใจหอบหนักมองไปที่เฉาเยวียนด้วยสายตาที่แน่วแน่และจริงจังเฉาเยวียนมองอีกฝ่ายอย่างเลื่อนลอย นานกว่าจะรู้สึกตัว แล้วนวดขมับอย่างเจ็บปวด“ขอโทษ……ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว”“ไม่ใช่ความผิดของนายหรอก ในร่างกายของนายมีราชันทมิฬอยู่ ทำให้นายโกรธและสูญเสียการควบคุมได้ง่ายกว่าคนอื่น” เสิ่นชิงจู่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดกับไป๋หลี่พั่งพั่งว่า“หยิบวัตถุต้องห้ามอีกชิ้นออกมา แล้วมัดพวกเราทั้งสามคนเถอะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก “มัดทั้งหมดเลยเหรอ? ไม่หาทางออกจากที่นี่แล้วเหรอ?”“สภ