าพของพวกเราตอนนี้ไม่เหมาะที่จะออกไปค้นหาแล้ว อีกสักพัก ฉันเกรงว่าพวกเราจะเสียสติกันหมด……ตอนนี้ สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้คือควบคุมตัวเอง อย่าสร้างปัญหาให้ชีเยี่ย เจียหลาน ชิงอวี๋ และเจียงเอ่อร์” เสิ่นชิงจู่หอบหายใจหนัก พยายามเรียบเรียงความคิดในสภาพที่สติกำลังปั่นป่วน แล้วพูดต่อว่า“เจียหลานมี [อมตะ] อยู่กับตัว จะไม่ได้รับผลกระทบจากพลังที่นี่ เธออยู่กับชีเยี่ย มีความเป็นไปได้สูงที่จะหาทางออกจากที่นี่ได้ก่อนที่ลูปจะจบลง……พวกเราทำได้แค่เชื่อใจพวกเขา”ไป๋หลี่พั่งพั่งฟังจบก็พยักหน้า เขาหยิบเชือกสีเขียวอีกเส้นออกมาจากกระเป๋า ควบคุมให้มันเคลื่อนไหวรอบตัวทั้งสามคนทันใดนั้น ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ครางออกมาเบาๆ ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง เชือกสีเขียวที่เขาควบคุมอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เหมือนงูยักษ์ที่ควบคุมไม่ได้ เลื้อยไปมาในอากาศอย่างบ้าคลั่ง เชือกสีเขียวที่มัดชาวบ้านอยู่ก็สั่นเบาๆ เช่นกันตอนนี้ สติของเขาไม่สามารถควบคุมวัตถุต้องห้ามสองชิ้นพร้อมกันได้แล้วเสิ่นชิงจู่เห็นภาพนั้นก็กัดฟันแน่น ก้าวไปข้างหน้าไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วยื่นมือออกไป“เอาวัตถุต้องห้ามมาให้ฉัน ฉันจะมัดเอง”“พี่คนเท่ นายควบคุมตัวเองได้ไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเหลือบมองเฉาเยวียนที่กำลังสั่นเทาอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยถามด้วยความกังวล “ถ้านายเสียสติไปด้วย อีกหน่อยวัตถุต้องห้ามก็จะคลายออก พวกเราก็จะไม่สามารถยับยั้งเหล่าเฉาได้……”“ฉันจะรักษาสติ