ไว้” เสิ่นชิงจู่ยื่นมือออกไปแล้วพูดซ้ำอีกครั้ง “เอามานี่”ไป๋หลี่พั่งพั่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงส่งวัตถุต้องห้ามให้กับเสิ่นชิงจู่คนหลังสูดหายใจลึก แล้วโคจรพลังจิตเข้าไปในวัตถุต้องห้าม เชือกสีเขียวราวกับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง พุ่งออกไปมัดไป๋หลี่พั่งพั่งกับเฉาเยวียนเข้าด้วยกัน แขนของเฉาเยวียนเริ่มดิ้นรนโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้แม้แต่น้อย“พี่คนเท่ นายไม่มัดตัวเองด้วยเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ที่มุมคนเดียว จึงเอ่ยถามเสิ่นชิงจู่ส่ายหน้า “ถ้าฉันมัดตัวเองด้วย ฉันจะยิ่งโกรธง่ายขึ้น อารมณ์ก็จะยิ่งควบคุมยากขึ้น……”เขาเดินโซเซไปที่ขอบซากปรักหักพังของบ้านที่ไหม้จนหมด นั่งลงบนก้อนอิฐสีดำ แล้วหยิบบุหรี่ออกมาจากอกเสื้อคาบไว้ที่มุมปาก ยื่นมือขวาที่สั่นเทาไปข้างหน้า นิ้วโป้งและนิ้วกลางถูกันเบาๆพรึ่บ!ภายใต้แสงจันทร์สีเลือด เปลวไฟลุกโชนขึ้นท่ามกลางฝุ่นผงและขี้เถ้าเปลวไฟจุดบุหรี่ ควันลอยฟุ้งไปตามสายลมเหนือหมู่บ้าน เสิ่นชิงจู่สูดลึกๆ แล้วค่อยๆ พ่นควันออกมาพระจันทร์สีแดงทอดเงาโดดเดี่ยวและมั่นคงของเขาลงบนกำแพงที่ไหม้เกรียม เขานั่งอยู่คนเดียวต่อหน้าฝูงชนที่กำลังคำราม มองดูโลกอันบ้าคลั่งนี้อย่างสงบ ท่ามกลางควันที่ลอยคลุ้ง สติและความบ้าคลั่งกำลังต่อสู้กันอย่างเงียบงัน…ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร มีเงาร่างหนึ่งค่อยๆ เดินมาจากปลายถนนนั่นคือเด็กหนุ่มที่แบกโลงศพสีดำไว้บ