”เจียหลานอ้าปากค้าง เมื่อปลาแองเกลอร์เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ในความมืดมิดที่อยู่ห่างออกไป ปรากฏกำแพงเนื้อสีเลือดขึ้นอย่างเลือนรางพื้นผิวของกำแพงเนื้อนี้ขรุขระไม่เรียบ เหมือนจะมีน้ำย่อยสีเขียวเกาะติดอยู่เล็กน้อย ตัวกำแพงแผ่ขยายออกไปทุกทิศทางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ห่อหุ้มพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ที่นี่คือขอบของกระเพาะอันนี้อาศัยแสงสลัวจากปลาแองเกลอร์ หลินชีเยี่ยหรี่ตามองไปยังกลางกำแพงเนื้อตรงนั้น มีร่างหนึ่งที่กำลังจะถูกกำแพงเนื้อกลืนกิน แขวนลอยอยู่กลางอากาศอย่างโดดเดี่ยว ครึ่งล่างของร่างกายถูกกำแพงเนื้อห่อหุ้มไว้อย่างสมบูรณ์ ส่วนครึ่งบนเปลือยเปล่า ศีรษะห้อยต่ำ เส้นผมสีขาวแต่ละเส้นลอยอยู่ในน้ำทะเลที่เหม็นคาว ดูราวกับศพที่ไร้วิญญาณนั่นเป็นชายชราที่หลินชีเยี่ยไม่เคยพบมาก่อนแต่ในตอนนี้ สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ชายชราคนนั้น แต่มองไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย……บนหน้าอกที่ผอมแห้งและเต็มไปด้วยริ้วรอยของชายชรา มีดาบยาวที่คุ้นเคยเสียบลึกเข้าไปในร่างกาย ที่ปลายดาบยาวนั้นมีวงแหวนสว่างไสวลอยอยู่ ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงต้านของน้ำทะเล โคจรช้าๆ อย่างสง่างามราวกับสายน้ำ ทำให้คนที่เห็นแค่แวบเดียวก็ไม่อาจละสายตาไปได้ในระหว่างที่วงแหวนแสงนั้นหมุน ดูเหมือนว่าการไหลผ่านของกาลเวลาจะหยุดนิ่ง อดีตและอนาคตถูกถักทอเข้าด้วยกันในวงแหวนเล็กๆ นั้น ราวกับงูกินหางตัวเอง ทั้งลึกลับและทรงพลังหลินชีเยี่ยจำดาบเล่มนี้ได้ [อี้เยวียน