หลินชีเยี่ยครุ่นคิดอยู่นาน หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็แผ่ความมืดมิดของรัตติกาลออกมา มีแมลงและมดนับไม่ถ้วนคลานออกมาจากพื้นดิน วนเวียนอยู่รอบตัวเขาชั่วครู่ ก่อนจะมุดกลับลงไปในดินอย่างเป็นระเบียบเมื่อไม่พบเบาะแสอะไรแถวหมู่บ้านชาวประมง บางทีอาจจะใช้ [นักร่ายรำยามราตรี] ติดต่อสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่ออกหากินยามค่ำคืนในบริเวณใกล้เคียง ดูว่าจะสามารถหาอะไรที่แตกต่างออกไปได้ในที่อื่นๆ บ้างหรือไม่ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร หลินชีเยี่ยสังเกตเห็นบางสิ่ง สายตาจดจ้องไปที่ใต้เท้าของตัวเอง แล้วเปล่งเสียงอุทานเบาๆ……ที่หมู่บ้านชาวประมงอันชิงอวี๋คีบบุหรี่ไว้ในมือ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังลองสูบดูอย่างระมัดระวัง“แค่กๆๆ……”เขาไอออกมาอย่างรุนแรง“เป็นอะไร? สูบบุหรี่ไม่เป็นเหรอ?” เฉินโก่วเห็นอันชิงอวี๋ในสภาพอเนจอนาถแบบนั้น มุมปากก็ยกขึ้นโดยไม่อาจควบคุมได้ ความระแวดระวังสุดท้ายในใจก็หายไป นี่คือเด็กที่ไม่รู้จักโลกจริงๆ!“ครั้งแรกน่ะครับ” อันชิงอวี๋ไอเป็นเวลานาน ก่อนจะค่อยๆ วางบุหรี่ลง แล้วยิ้มอย่างจนใจ“ถ้าสูบไม่เป็น ก็อย่าสูบเลยดีกว่า มันทำร้ายปอดน่ะ”“อ้อใช่ ลุงเฉิน” อันชิงอวี๋ถามอย่างไม่ตั้งใจ “ปกติคุณสูบบุหรี่ทุกวันเลยเหรอครับ?”“ก็ประมาณนั้นแหละ ลุงเป็นคนติดบุหรี่จัด วันไหนไม่ได้สูบสักครึ่งซองจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด”“แล้วปกติลุงซื้อบุหรี่มาจากที่ไหนเหรอครับ?”“ที่ท้ายหมู่บ้านทางทิศตะวันตกมีร้านขายของ