ับเตือนด้วยใบหน้าขรึมๆ ของอีกฝ่าย ก็ทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ
จางอวิ๋นซีไม่ได้ประหลาดใจ หากเมื่อคืนไม่ได้ทุ่มเทฝึกฝน วันนี้ย่อมไม่มีทางแสดงฝีมือออกมาได้เช่นนี้
เพียงแต่…แค่ฝึกฝนเพียงคืนเดียว กลับมีความก้าวหน้ารวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์เช่นนี้ นี่สิคือเรื่องน่ายินดีอย่างแท้จริง
“เพลงกระบี่ชุดนี้สำหรับเจ้าแล้ว ง่ายเกินไปหน่อย วันนี้ข้าจะสอนเคล็ดวิชาที่สูงขึ้นให้เจ้า!” จางอวิ๋นซีกล่าว
ก่อนหน้านี้เป็นเพียงเคล็ดวิชาชั้นต่ำ สำหรับหอฟังเสียงฝนของตระกูลเซียว เขาไม่มีสิทธิ์เข้าไป ดังนั้นเคล็ดวิชาชั้นสูง หรือแม้กระทั่งเคล็ดวิชาชั้นสุดยอดที่เรียงรายอยู่ข้างใน เขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นตัวแทนตระกูลเซียวถ่ายทอดให้เด็กหญิงตรงหน้าได้
เว้นเสียแต่จะได้รับคำสั่งจากบิดามารดาของเซียวเหยียน มิเช่นนั้นแม้แต่เซียวเหยียนเองในตอนนี้ ก็ยังไม่มีคุณสมบัติตัดสินใจแทนตระกูลได้ เพราะเขายังเด็กเกินไป
“เจ้าค่ะ” เยว่ชิงเหอพยักหน้า
แล้วผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กหนึ่งคน ก็เริ่มฝึกเพลงกระบี่ชุดใหม่ในสวนอีกครั้ง คนหนึ่งสอน คนหนึ่งเรียน
เซียวเหยียนมองดูอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงกลับไปครุ่นคิดเกี่ยวกับกลหมากของตนเองต่อ เขาถือเม็ดหมากขา