รทำนะ]เจียหลานมองดูสีหน้าที่จริงจังอย่างยิ่งของเจียงเอ่อร์ กะพริบตาปริบๆ ดวงตาที่บริสุทธิ์ราวกับอัญมณีสีดำคู่นั้นปรากฏความขบขันระคนเอ็นดูขึ้นมาเธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เจียงเอ่อร์ ลดเสียงลง พูดอย่างลึกลับว่า“จริงๆ แล้ว……”หลังจากเจียหลานกระซิบบอกเบาๆ ปากของเจียงเอ่อร์ก็อ้าค้างอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ[ดังนั้นจริงๆ แล้วพี่…]“ชู่!” เจียหลานทำท่าให้เงียบเสียง พูดพร้อมรอยยิ้มว่า “เรื่องนี้อย่าบอกใครนะ รู้ไหม? สมองทื่อๆ ของเขาเพิ่งจะเริ่มรู้เรื่องแล้ว ถ้าพูดออกไปก็จะไม่ได้ผลนะ!”เจียงเอ่อร์พยักหน้าหนักๆ [วางใจได้เลยพี่เจียหลาน!] เจียหลานพยักหน้าด้วยความพอใจ กำลังจะเปิดประตูเดินออกไป แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นบางอย่าง จึงหยุดฝีเท้าเธอหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องมองภาพถ่ายเก่าๆ ที่อยู่ริมสุดของผนัง เห็นว่าในภาพถ่ายพ่อลูกนี้ มีชื่อสองชื่อเขียนไว้ที่มุมทั้งสองด้วยลายมือไก่เขี่ย มีพินอินกำกับไว้ด้วย คงเป็นฝีมือเด็กที่เพิ่งหัดเขียนหนังสือด้านซ้ายของชายวัยกลางคนเขียนว่า ‘เฉินโก่ว’ด้านขวาของเด็กที่กำลังหัวเราะร่าเขียนด้วยลายมือยึกยือเช่นกัน‘เฉินลู่’……สำนักงานใหญ่หน่วยพิทักษ์ราตรีห้องสอบสวนในห้องเล็กๆ ที่ทั้งมืดและชื้นแฉะ ชายชราผมขาวโพลนถูกกักขังอยู่ตรงกลาง เขาหลับตาสนิท ใบหน้าเคร่งขรึมและสงบนิ่ง ตรงหน้าเขา ชายหน้าตาดุร้ายคนหนึ่งยืนอยู่ รอบตัว แผ่รังสีเย็นเยียบออกมา“เฉินลู่ ฉั