นเตือนนายว่าอย่าได้ไม่รู้จักบุญคุณ!” ชายคนนั้นเอ่ยปากอย่างเย็นชา“ฉันเคารพนายในฐานะวีรบุรุษของหน่วยพิทักษ์ราตรี เมื่อก่อนให้เกียรตินายมากพอแล้ว อย่าบังคับให้ฉันต้องลงมือ!” เหล่าเฉินลืมตาขึ้นเล็กน้อย จ้องมองชายตรงหน้าครู่หนึ่ง แล้วยิ้มบางๆ“นายชื่อถานเม่าซวินใช่ไหม? ฉันจำนายได้ ตอนที่ฉันเป็นครูฝึกใหญ่ที่ค่ายฝึกอบรม ผลงานของนายดีมาก การที่นายเดินบนเส้นทางนี้ ก็เป็นคำแนะนำของฉันนี่แหละ……”ดวงตาของถานเม่าซวินสั่นไหว สีหน้าดุร้ายแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาอ้าปากพะงาบๆ ราวกับอยากจะพูดอะไรรุนแรงออกมา แต่ก็หาความรู้สึกนั้นไม่เจออีกแล้ว“เด็กน้อย… ไม่ต้องตื่นเต้น และไม่ต้องรู้สึกว่าล่วงเกิน พอดีเลย ให้ฉันดูหน่อยว่าหลายปีมานี้ นายเติบโตถึงระดับไหนแล้ว” เหล่าเฉินเอ่ยปากอย่างอ่อนโยน “มาเถอะ ใช้วิธีที่นายมั่นใจที่สุด ดูซิว่าจะงัดปากฉันให้เปิดได้ไหม เพื่อให้ได้สิ่งที่นายต้องการ”ถานเม่าซวินกัดฟันแน่น ลังเลอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนที่แสงสลัวรอบตัวจะปะทุขึ้นอีกครั้ง“ได้เลย งั้นผมจะให้คุณได้เห็นกับตา……”เขาพุ่งมือออกไปอย่างรวดเร็ว กดลงบนหน้าอกของเหล่าเฉิน แสงสลัวพุ่งทะลวงเข้าไปในร่างของเหล่าเฉินอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาปรากฏแววคลุ้มคลั่งร่างของเหล่าเฉินถูกแสงสลัวท่วมท้นไปทั่ว ร่างของเขาสั่นสะเทือน คมแสงสลัวเหล่านั้นกำลังทิ่มแทงทุกตารางนิ้วของผิวหนังทั่วร่างด้วยความถี่ที่น่าตกใจ ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้เขาขมวดค