างไม่ถือสา แล้วใช้คางพยักพเยิดไปที่ม้านั่งฝั่งตรงข้าม เป็นเชิงบอกให้อันชิงอวี๋นั่งลงเขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบซองบุหรี่ออกมา ดีดบุหรี่ออกมาหนึ่งมวน ยื่นให้อันชิงอวี๋ ชายหนุ่มมุมปากกระตุกเล็กน้อย เดิมทีตั้งใจจะปฏิเสธแต่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยื่นมือรับมันมา“ลุงเฉิน” อันชิงอวี๋แกล้งทำท่าคีบบุหรี่ไว้ในมือ แล้วถามว่า “ปกติแล้ว คุณอยู่คนเดียวเหรอครับ?”“ใช่……” เฉินโก่วหยิบกล่องไม้ขีดจากโต๊ะสี่เหลี่ยมข้างๆ ขึ้นมาจุดขีดเบาๆ ประกายไฟอ่อนๆ ลุกขึ้น จุดบุหรี่ในมือของตัวเองและอันชิงอวี๋ “ภรรยาลุงเสียไปเพราะป่วยเมื่อหลายปีก่อน ส่วนลูกชายก็ออกจากหมู่บ้านชาวประมงนี้ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ออกไปผจญภัยข้างนอก”อันชิงอวี๋หันไปมองห้องที่ไม่มีคนอยู่มานาน “ไม่ได้กลับมานานแล้วสินะครับ?”“ใช่” สายตาของเฉินโก่วจ้องมองห้องนั้นแล้วยิ้มบางๆ “แต่ว่า ไอ้หนูนั่นเป็นเด็กคนแรกของหมู่บ้านเราที่ได้ออกไปข้างนอก ถือว่าทำให้พ่ออย่างลุงได้หน้าได้ตาเหมือนกัน”