ก็ควรจะตอบสนองบ้างสิ” อันชิงอวี๋ตบไหล่หลินชีเยี่ย “ถ้าไม่ได้รับการตอบสนองเลย ต่อให้เป็นความรักที่ร้อนแรงเหมือนลาวา ก็ต้องมีวันดับลงสักวัน”หลินชีเยี่ยมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ “นายรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”“ก็พอรู้บ้างน่ะ” อันชิงอวี๋ดันแว่นตา “ไม่ใช่ว่านักวิจัยทุกคนจะเป็นคนโง่เรื่องความรักหรอกนะ”“……” หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “นายกำลังด่าฉันใช่ไหม?”“ฮะ? ฉันไม่ได้ด่านะ”“แล้วนายกับเจียงเอ่อร์ล่ะ? พวกนายเป็นยังไงกันบ้าง?”อันชิงอวี๋เงียบไปครู่หนึ่ง หันกลับไปมองรอบๆ นึกถึงว่าก่อนออกจากบ้านวันนี้ เขาได้นำโลงศพของเจียงเอ่อร์ไปแช่ในห้องทดลองเพื่อบำรุงรักษา จึงตอบว่า “พวกเรา……น่าจะเร็วๆ นี้แล้ว”คิดสักพัก อันชิงอวี๋ก็เสริมอีกประโยค “ยังไงก็ต้องเร็วกว่าพวกนายแน่นอน”หลินชีเยี่ยส่ายหัว “ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะเผชิญหน้ากับเจียหลานยังไงดี……ก่อนหน้านี้ ฉันแค่มองเธอเป็นเพื่อนร่วมรบ แต่ตอนนี้……”“นายแน่ใจหรือว่าแค่มองเธอเป็นเพื่อนร่วมรบจริงๆ น่ะ?” อันชิงอวี๋หรี่ตาลง “ก่อนหน้านี้ตอนประเมินผล เมื่อเจอกับพวกศาสนจักรเทพโบราณ นายดูเป็นห่วงเธอมากเลยนะ……”“นั่นเพราะเธอมอบ [อมตะ] ให้ฉันน่ะ”“แล้วก่อนหน้านั้นตอนที่พวกเราไล่ตามปรมาจารย์กระบี่เข้าไปในหมอก แล้วเจอกับฝูงสัตว์ร้าย ตอนที่เจียหลานถูกหมีขาวแห่งความว่างเปล่าตบกระเด็น นายก็ทิ้งสนามรบไปช่วยเธอทันทีโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นี่ก็แค่เพื่อนร่วมรบเหรอ?” อันชิงอวี๋ยิ้ม “เ