“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง……”หลังจากฟังเรื่องราวจบ หลินชีเยี่ยก็ถอนหายใจยาวเขาหันไปมองที่ลาน เห็นกิลกาเมชกำลังยืนอยู่ใต้ร่มไม้เงียบๆ เพียงลำพัง แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ทาบลงบนเสื้อคลุมสีเทายาว เขาเงยหน้าเหม่อมองท้องฟ้า ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่“ขอบคุณครับ” หลินชีเยี่ยหันกลับมายิ้มให้เมอร์ลินคนหลังโบกมือ “ข้าแค่เล่าเรื่องราวเท่านั้น ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับท่านผู้อำนวยการแล้ว”หลินชีเยี่ยก้มมองเศษชิ้นส่วนในมือ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปหากิลกาเมชที่อยู่ใต้ร่มไม้เมื่อรู้เรื่องราวในอดีตของกิลกาเมชแล้ว ประกอบกับอาการป่วยของเขา หลินชีเยี่ยก็สามารถคาดเดาได้ว่า ปมในใจของเขาเกี่ยวข้องกับการล่มสลายของอาณาจักรอูรุก สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ลองหยั่งเชิงกิลกาเมชดูว่าควรจะเริ่มรักษาจากมุมไหนจึงจะดีที่สุดกิลกาเมชที่อยู่ใต้ร่มไม้สัมผัสได้ถึงการเข้ามาใกล้ของหลินชีเยี่ย เขาหรี่ตาลงแล้วเอ่ยด้วยท่าทางเย่อหยิ่งอีกครั้ง“หากเจ้าคิดจะมาสารภาพบาปของตนเอง มันสายไปแล้ว เจ้าต้องถูกตรึงบนเสาแห่งความอัปยศ ประจานเก้าวัน”“……” หลินชีเยี่ยนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยว่า “ผมมาที่นี่เพื่อให้คุณดูบางสิ่ง”“หืม?” กิลกาเมชเลิกคิ้ว “เอามาให้เราดูสิ”หลินชีเยี่ยยื่นมือออกไป ส่งชิ้นส่วนที่แตกหักในฝ่ามือให้กิลกาเมช ทันทีที่อีกฝ่ายก้มมองเศษชิ้นส่วนนั้น ม่านตาพลันหดเล็กลงเขายืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับรูปปั้นหินขณะที่หลินชีเยี่ยกำลัง