ิทสองคนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เดินออกจากบ้านพร้อมกัน มองหน้ากันแวบหนึ่ง“อรุณสวัสดิ์”“อืม เบื่อไหม?”“เบื่อ”“ไป ไปต่อยกันเถอะ”“ได้!”ภายในลานกว้างกิลกาเมชถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างฉับไว หลบหมัดของซุนหงอคงอย่างหวุดหวิด ดวงตาทั้งคู่ฉายแววคมกริบ ก้าวเท้าไปข้างหน้า ฉวยจังหวะที่ซุนหงอคงเปิดช่องโหว่ระหว่างการโจมตี ตบไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย!โครม!!ซุนหงอคงกระเด็นถอยหลังเขาหมุนตัวกลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว ร่อนลงสู่พื้นอย่างมั่นคง เงยหน้ามองกิลกาเมชที่มีสีหน้าเย่อหยิ่ง เผยเขี้ยวแหลมคมออกมาอย่างดุร้าย“ทรราชชนะ ตีเสมอหนึ่งแต้ม ตอนนี้ 32 ต่อ 31”บรากีรายงานคะแนนให้หลี่อี้เฟยทราบอย่างเหมาะเจาะ เสียงพิณในมือเปลี่ยนจังหวะเร่งเร้าขึ้นเทพทั้งสองในลาน ภายใต้เสียงดนตรีการต่อสู้อันเร้าใจ พุ่งเข้าหากันพร้อมปะทะกันอย่างดุเดือด“แข็งแกร่งจริงๆ……” หลี่อี้เฟยนั่งบนเก้าอี้เล็ก มองสองร่างในลานบ้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความอิจฉา “ชาตินี้ ผมคงไม่มีทางไปถึงระดับนั้นได้……”เมอร์ลินที่นั่งอาบแดดบนเก้าอี้โยกอย่างเกียจคร้านหันมามอง “อสรพิษหนานต้ามีพรสวรรค์ไม่เลว แต่เทียบกับสิ่งมีชีวิตในเทพปกรณัมแล้ว ขีดจำกัดยังต่ำเกินไป อย่างมากก็ไม่เกินขั้นพิภพ”ได้ยินประโยคนั้น หลี่อี้เฟยยักไหล่พร้อมรอยยิ้มขมขื่น“ขีดจำกัดของตัวเองอยู่ตรงไหน ผมก็รู้ดี… พูดตามตรง ผมค่อนข้างอิจฉาพวกผู้ดูแลใต้บังคับบัญชาด้วยซ้ำ แม้ตำแหน่งของพวกเขาที่นี่จะไม่สูงเท่าผม แต่จร