“ไม่มีอะไรแตกต่างหรอกครับ” หลินชีเยี่ยยิ้มเล็กน้อย “พวกเราก็คือทหารใหม่ที่ก้าวออกมาจากค่ายแห่งนี้เสมอ”“ฮ่าฮ่า อย่ายืนอยู่เลย นั่งลงๆ มาชิมดูสิ อาหารเย็นนี้ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับพวกนายเลย”ลุงซุนยกอาหารขึ้นมาวางบนโต๊ะทีละจาน ไอร้อนจากอาหารที่เพิ่งออกจากเตาผสมกับกลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้ง มีกุ้งผัดพริกเกลือ หอยลายผัด ไก่ตุ๋นเห็ด ผัดผักสามสหาย……ในชั่วพริบตา อาหารเก้าอย่างกับซุปหนึ่งถ้วยก็ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะของพวกหลินชีเยี่ย ทำให้ทหารใหม่คนอื่นๆ ต้องจ้องตาเขม็งเสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นเป็นระยะ“ก็มีอาหารปกติอยู่นี่ ทำไมพวกเราถึงกินไม่ได้?”ในไม่ช้า ก็มีทหารใหม่คนหนึ่งประท้วงขึ้นมาก่อนที่หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ จะตอบ ลุงซุนก็หันกลับมาจ้องทหารใหม่คนที่พูดด้วยสายตาดุดัน “รอให้พวกนายเดินออกจากค่ายฝึกอบรมนี้ แล้วยังสามารถกลับมาได้ ฉันจะทำอาหารให้พวกนายเต็มโต๊ะแบบนี้เหมือนกัน!”หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ หยิบตะเกียบขึ้นมา มองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย พลางยิ้มโดยไม่พูดอะไรด้วยความเกรงกลัวต่ออำนาจที่พวกหลินชีเยี่ยสร้างขึ้น ไม่มีใครในกลุ่มทหารใหม่กล้าหาเรื่องอีก ทุกคนได้แต่ก้มหน้าแทะเนื้อดิบกับทอดมันปลาสุดเลวร้ายในจานไปสองสามคำ จากนั้นก็พากันเดินไปที่อาคารเรียน“ฝีมือของลุงซุนนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ” เฉาเยวียนคีบหอยด้วยตะเกียบ อดไม่ได้ที่จะรำพึงว่า “คิดถึงรสชาติแบบนี้จัง……”“ไม่นึกเลยว่า พวกเราก็จะมีวันไ