หลูเป่าโย่วตะลึงงันเมื่อมองไปที่ด้านหลังของหลินชีเยี่ย เขาพลันพบว่าตัวเองกับอีกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง วิสัยทัศน์ หรือแม้แต่ความลึกซึ้งทางความคิด ล้วนไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันทั้งที่หลินชีเยี่ยแก่กว่าตัวเองไม่กี่ปี แต่ไม่รู้ทำไม เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา หลูเป่าโย่วรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งไร้เดียงสา ตื้นเขิน ถูกจูงจมูกไปอย่างง่ายดาย“……ได้” หลูเป่าโย่วเงียบไปนานก่อนจะเอ่ยคำนี้ออกมาเหมือนที่หลินชีเยี่ยพูดไว้ เขาไม่สามารถทิ้งจิตวิญญาณของตัวเองเพื่อสิ่งที่ลวงๆ เหล่านี้ได้ เขาก็เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจคนหนึ่ง มีสิทธิ์ที่จะแสวงหาชีวิตและโอกาสสามครั้งที่หลินชีเยี่ยมอบให้เขา ทำให้เขาสามารถรักษาสมดุลระหว่างความเป็นความตายของต้าเซี่ยกับชีวิตของตัวเองได้อย่างมั่นคงเขาสามารถทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และยังมีโอกาสที่จะไขว่คว้าสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่ต่อไป“ตึกหอพักอยู่ทางโน้น ไปหาห้องพักเองแล้วจัดข้าวของให้เรียบร้อย จากนั้นไปที่โรงอาหาร ส่วนเรื่องอื่นๆ ฉันจะจัดการกับครูฝึกเอง” หลินชีเยี่ยทิ้งท้ายไว้สั้นๆ แล้วก็หายตัวไปจากที่นั่นหลูเป่าโย่วยืนอยู่คนเดียวหน้าหอพักที่ว่างเปล่า จ้องมองไปยังจุดที่หลินชีเยี่ยหายไป ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่เขาก็พึมพำกับตัวเอง“สักวันหนึ่ง ผมจะตามคุณให้ทัน……”…[นายจะรับประกันให้หลูเป่าโย่วด้วยตัวเองเลยเหรอ?]ในโทรศัพท์ เมื่อได้ยินคำพูดของหลินชีเยี่ย หยวนกังก็เอ่ยขึ้นด