ย รวมถึงได้เข้าไปในประตูของหน่วยพิทักษ์ราตรี และได้รู้จักกับการดำรงอยู่ของพวกเขา…ด้วยเหตุนี้ เมื่อเขากลับมายืนอยู่หน้าประตูบ้านอีกครั้ง เขาพบว่ามุมมองของตัวเองที่มีต่อเหตุการณ์บางอย่างในอดีตได้เปลี่ยนไปแล้ว ในความทรงจำอันลึกล้ำของเขา ดวงตาสีทองที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นปรากฏขึ้นอีกครั้ง เสียงของหลินชีเยี่ยก้องกังวานในหัวของเขา‘……นายคิดว่าตัวเองสามารถเติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย สามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ สามารถยืนอยู่ตรงนี้อย่างแข็งแรงและหยิ่งผยองพร้อมขู่ว่าจะฆ่าหน่วยพิทักษ์ราตรีได้เพราะอะไร?! เพราะนายโชคดีเหรอ? เพราะโลกนี้มันควรจะเป็นแบบนี้อยู่แล้วเหรอ?ไร้สาระ! นี่เป็นเพราะมีหน่วยพิทักษ์ราตรีนับไม่ถ้วนที่แบกรับภาระหนักแทนนายต่างหาก!’‘หน่วยพิทักษ์ราตรี…’หลู่เป่าโย่วยื่นมือออกไปลูบประตูบานใหญ่เบาๆ จู่ๆ อารมณ์ก็หนักอึ้งขึ้นมา“เอ๊ะ? นั่นไม่ใช่เสี่ยวเป่าโย่วหรอกเหรอ?” เสียงชราดังขึ้นจากด้านหลังเขาหลู่เป่าโย่วหันไปมอง เห็นชายชราคนหนึ่งยืนค้ำไม้เท้าอยู่ในบ้านหลังเล็กฝั่งตรงข้าม กำลังโบกมือเรียกเขาเสี่ยวเป่าโย่วเป็นชื่อเล่นของหลู่เป่าโย่วหลู่เป่าโย่วรู้จักชายชราคนนี้ เพราะสมัยก่อนทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนบ้านกัน ตอนเด็กๆ เขามักไปเยี่ยมบ้านข้างๆ บ่อยๆ แต่หลังจากที่เขาเริ่มเข้าสู่วัยต่อต้าน ก็แทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันอีกเลยหลู่เป่าโย่วเม้มปาก แต่ก็ยังพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ กำลังจะยกมือเ