“ทำไมนายถึงปิดกั้นตัวเอง? ทำไมไม่ปลดปล่อยธรรมชาติของตัวเอง? นายเป็นตัวแทนของความเสื่อมทราม แต่ทำไมถึงต่อต้านมันล่ะ? มันสามารถนำความสุข พลัง และทุกสิ่งที่คนมากมายใฝ่ฝันมาให้นายได้……นายกำลังยึดมั่นอะไรอยู่?” หลูเป่าโย่วสูดหายใจลึก ไม่สนใจเด็กปีศาจในหัวอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่ายิ่งสนใจมัน มันก็จะยิ่งพูดสนุกปากตลอดทางที่ผ่านมา เขาถูกเด็กปีศาจทรมานจนเกือบบ้าเด็กปีศาจพูดถูก การมีอยู่ของมันไม่สามารถคุกคามหลูเป่าโย่วได้จริงๆ แต่นั่นจำกัดอยู่แค่ทางกายภาพเท่านั้น ในด้านจิตใจ มันเหมือนหมากฝรั่งกลิ่นอุจจาระสุนัขที่ติดอยู่ใต้รองเท้า ทรมานเขาจนแทบคลั่งตั้งแต่ขึ้นรถไฟจากเมืองหลวงมาถึงเมืองถานเซียง กระทั้งถึงทุ่งร้างนี้ เด็กปีศาจเหมือนมารที่พยายามล่อลวงเขาลงสู่ห้วงลึก คอยยั่วยุเขาตลอดเวลา…ที่สำคัญที่สุดคือ คำพูดน่ารำคาญของเด็กปีศาจ คอยกระตุ้นความดุร้ายและโหดเหี้ยมในส่วนลึกของจิตใจหลูเป่าโย่วอยู่ตลอดภายใต้อิทธิพลของพลังเทพ ‘เทวทูตตกสวรรค์’ ทั้งตัวเขาเหมือนถังดินปืนที่ติดไฟและระเบิดได้ง่าย ผสมกับการยั่วยุของเด็กปีศาจ เขาไม่สามารถควบคุมความบ้าคลั่งในใจได้เลย อารมณ์ถูกจุดติดโดยง่ายที่แย่ไปกว่านั้นคือหลูเป่าโย่วไม่มีวิธีจัดการกับมันเลย!หากไม่ใช่เพราะหลูเป่าโย่วพยายามกดอารมณ์ไว้ตลอด รถไฟขบวนนั้นคงถูกระเบิดไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง……ตลอดการเดินทางอันทรมานนี้ จิตใจของหลูเป่าโย่วถูกทรมานอย่างหนัก ทว