นการณ์แบบนี้โดยการตรวจสอบดีเอ็นเอของทุกคนด้วยวัตถุต้องห้ามตอนลงทะเบียน แม้จะมีคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงยีนของตัวเองได้จริง ก็ไม่มีทางที่จะมีสามคนพร้อมกันในคราวเดียว”“ตัดความเป็นไปได้ที่จะถูกสับเปลี่ยนตัวออกไปแล้วสินะ……” ดวงตาของอันชิงอวี๋หรี่ลงเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“อ้อ ใช่แล้ว” หยวนกังดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “พวกเราพบทหารใหม่อีกคนที่สนามยิงปืนในค่ายฝึกอบรมที่สงสัยว่าเป็นสมาชิกของศาสนจักรเทพโบราณ แต่ตอนที่เราพบเขา เขาถูกทำให้หมดสติไปแล้ว ตอนนี้เขาถูกควบคุมตัวและสอบสวนอยู่ ไม่รู้ว่าจะได้เบาะแสอะไรบ้างไหม”“ถ้ายังมีคนที่มีชีวิตอยู่ การสืบสวนก็จะง่ายขึ้นแน่นอน” อันชิงอวี๋พยักหน้าเห็นด้วย“หลินชีเยี่ยล่ะ?” หยวนกังมองไปรอบๆ ไม่พบหลินชีเยี่ยในหมู่สมาชิกหน่วยม่านราตรีที่อยู่บนชั้นสอง“เขาน่ะเหรอ? มีธุระที่ต้องจัดการนิดหน่อย น่าจะกลับมาเร็วๆ นี้”……ด้านนอกค่ายฝึกอบรม หลูเป่าโย่วที่ได้รับบาดเจ็บทั่วร่าง เดินกะเผลกผ่านประตูใหญ่ของค่ายฝึกอบรมออกไปไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด เขาค่อยๆ หยุดฝีเท้า หันกลับไปมองค่ายค่ายฝึกอบรมอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน…ในที่สุด เขาก็ไม่สามารถเข้าไปในค่ายค่ายฝึกอบรมนี้ได้ตอนนั้น หลินชีเยี่ยใช้พลังงานสั่นสะเทือนทำให้ทหารใหม่เกือบทั้งหมดสลบไป มีเพียงหลูเป่าโย่วที่อยู่ภายใต้การปกป้องของเทวทูตตกสวรรค์เท่านั้นที่ยังคงสติอยู่เขาพยายามรักษาสติไว้ได