จ้าเด็กน้อยตรงหน้านี้ ตั้งแต่ที่พ่อแม่จากไปหลังงานเลี้ยงร้อยวัน ก็อยู่เพียงลำพังมาตลอด
ใช่แล้ว เขาก็คงอยากจะมีคนอยู่เป็นเพื่อนกระมัง ตอนที่พ่อของเหอเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ข้างๆ เด็กน้อยคนนั้นก็ร้องไห้ตลอดทางจนมาถึงจวนขุนพลเทวะ…
เขามองไปยังเรือนขุนเขาสายน้ำอันกว้างใหญ่นอกศาลา ทิวทัศน์ภายในสวยงาม แต่ทิวทัศน์จะสวยงามเพียงใด จะชดเชยการที่ไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้างได้อย่างไร
จางอวิ๋นซีไม่ได้พูดอะไรอีก กระดกเหล้าเข้าปากไปอีกสองอึก จากนั้นก็มองเซียวเหยียนที่ยิ้มอย่างสบายใจ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตนเองมาอยู่ที่นี่สองปีแล้ว ดูเหมือนจะยังไม่เคยเห็นเจ้าเด็กนี่ร้องไห้เลยสักครั้ง
“นี่เจ้า”
อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า จางอวิ๋นซีก็ขี้เกียจจะเรียกเซียวเหยียนว่าคุณชายน้อยแล้ว ในสายตาของเขา ท้ายที่สุดนี่ก็เป็นแค่เด็กกะโปโลคนหนึ่ง
“เจ้าคิดถึงพ่อแม่ของเจ้ารึไม่?”
เซียวเหยียนถูกถามจนชะงักไป
ทันใดนั้น ในหัวก็ปรากฏภาพของแม่นางน้อยที่อุ้มตนเองอยู่ริมหน้าต่าง พร่ำรำพันด้วยความเศร้าสร้อย
ห้าปีผ่านไป เขาลืมความอบอุ่นของอ้อมกอดนั้นไปนานแล้ว แต่ความเศร้าในแววตานั้น กลับยิ่งสลักลึกลงไปในใจ
“ก็คงจะคิดถึงกระมังขอรับ” เซียวเหยียนมองด