เด็กน้อยคนนี้อีกสองเดือนก็จะวัดกระดูกแล้ว คาดว่าคงจะทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงเป็นแน่
นักพรตเฒ่าจากไปแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไป
เหมือนกับกระแสน้ำที่ลดลง เรือนขุนเขาสายน้ำก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เหลือเพียงร่างเล็กๆ สองร่าง และจางอวิ๋นซีที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ
คืนนั้น นายทหารที่งดเหล้ามานานหลายปีผู้นี้ ก็ดื่มเหล้าเพียงลำพังในเรือนขุนเขาสายน้ำ
เมื่อได้กลิ่นเหล้า เซียวเหยียนก็ชักจะอยากขึ้นมาบ้าง หากาบหยกใบเล็กมาใบหนึ่ง อุ้มขวดเหล้ากำลังจะรินให้ตนเองสักหน่อย ก็ถูกจางอวิ๋นซีที่เมาแอ๋อยู่แล้วถลึงตาใส่ ฉวยขวดเหล้าในมือของเขาไป แล้วดุอย่างเกรี้ยวกราดเป็นครั้งแรก “เจ้าช่างกล้าเสียจริง แม้แต่เหล้าก็ยังกล้าดื่ม!”
“ข้าก็แค่จะดื่มเป็นเพื่อนท่านมิใช่รึ” เซียวเหยียนยิ้มร่า
“เจ้าจะไปรู้อะไร การดื่มเหล้าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่” จางอวิ๋นซีกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“ดื่มคนเดียวมันเหงานะ มีคนดื่มเป็นเพื่อนสิถึงจะดี” เซียวเหยียนยังอยากจะแย่งขวดเหล้า แต่ถูกนายทหารยกมือขึ้น ก็เอื้อมไม่ถึงแล้ว
จางอวิ๋นซีถลึงตาใส่เซียวเหยียน อยากจะดุสักสองสามคำ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเหยียน ทันใดนั้นก็เงียบไป
เขานึกขึ้นมาได้ในตอนนั้นเองว่า เ