“ตอนที่พวกนายต่อสู้กับทหารใหม่พวกนั้น มีใครเจอปัญหาอะไรไหม? มีคนที่มีพลังเหนือกว่าทหารใหม่ทั่วไปโผล่มาบ้างหรือเปล่า?” หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ พลางถาม“ฉันไม่เจออะไรเลย” อันชิงอวี๋ตอบ“ฉันก็ไม่เจอเหมือนกัน” เฉาเยวียนพยักหน้า“แปลกจัง… ฉันก็ไม่เจออะไรนะ……” หลินชีเยี่ยครุ่นคิด แล้วหันไปมองเจียหลาน“แล้วเจียหลานล่ะ เป็นยังไงบ้าง?”เจียหลานกะพริบตาแล้วครุ่นคิดอย่างจริงจังสักพัก“ไม่มีนะ? พวกนั้นอ่อนแอมาก ไม่มีใครที่ฉันต่อยสามหมัดแล้วยังไม่ล้ม”“นั่นก็หมายความว่า ถ้ามีสายลับของศาสนจักรเทพโบราณแฝงตัวอยู่ในหมู่ทหารใหม่ พวกเขาก็น่าจะยังคงปะปนอยู่ในกองกำลังหลักสินะ?” หลินชีเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “เดี๋ยวตอนลงมือ ทุกคนระวังหน่อยนะ อย่าให้พลาดล่ะ”“รับทราบ”หลินชีเยี่ยมองไปที่ลานฝึกใหญ่ใต้ท้องฟ้ายามราตรี แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสงบ“การประเมินครั้งนี้ ถึงเวลาปิดฉากแล้ว……”…ณ จุดหนึ่งในค่ายฝึกอบรมหลูเป่าโย่วเดินบนถนนที่ไร้ผู้คนเพียงลำพัง เขาขมวดคิ้วมองไปรอบๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย“คนหายไปไหนกันหมด? ทำไมไม่มีใครเลย เมื่อกี้ยังวิ่งวุ่นเหมือนแมลงวันไร้หัวอยู่เลย เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่……”หลูเป่าโย่วรู้สึกว่าค่ายฝึกอบรมแห่งนี้มีอะไรผิดปกติหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบดาบตรงแบบมาตรฐานออกมาจากใต้ซากโกดังที่พังทลาย เขาเหวี่ยงดาบเล่นๆแล้วกำไว้ในมือในตอนนั้นเอง เขาก็สัมผัสถึงบางสิ่ง จึงหันไปมองทางสี่แยกด้านหน้าพื้นดิ