”“เด็กคนนั้นแปลกมาก” อันชิงอวี๋พยายามนึกทบทวน “บนตัวเขา นอกจากกลิ่นอายของมนุษย์แล้ว ยังมีจิตวิญญาณของแมวประหลาดตัวหนึ่งด้วย……”“ชิงอวี๋ นายกำลังพูดอะไรอยู่?” ไป๋หลี่พั่งพั่งงุนงง “ทั้งคน ทั้งแมว แถมยังมีรัศมีสีทองอีก… นั่นมันอะไรกันแน่?”“พูดตามตรง ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน” อันชิงอวี๋ยักไหล่ “แต่ฉันรู้สึกได้ว่า วิญญาณแมวในร่างของเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในโลกมนุษย์……มันมีกลิ่นอายของเทพเจ้า”เทพเจ้า?เมื่อได้ยินคำนี้ ไม่รู้ทำไม หลินชีเยี่ยก็นึกถึงสิ่งที่เส้าผิงเกอเพิ่งบอกเขาไป……สื่อกลางสัตว์ศักดิ์สิทธิ์บางชนิดที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับเทพเจ้าต้าเซี่ยก็สามารถเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้ากับตัวแทนได้หรือว่าเด็กหนุ่มคนนั้นก็เหมือนกับเส้าผิงเกอ เป็นตัวแทนของเทพเจ้าต้าเซี่ยองค์ใดองค์หนึ่ง?แต่ว่า……ทำไมในร่างของอีกฝ่ายถึงมีกลิ่นอายสายเลือดของเขาด้วยล่ะ?หลินชีเยี่ยคิดไม่ตกหลังจากผ่านไปสักพัก ทั้งสองหน่วยก็กินอาหารบนโต๊ะจนหมดเกลี้ยง ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท“เอาล่ะ ดึกแล้ว ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันเถอะ” เส้าผิงเกอลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างไม่รีบร้อน เขานึกอะไรขึ้นมาได้จึงเตือนหลินชีเยี่ยว่า“อ้อ พิธีมอบเหรียญตราของพวกนายเตรียมพร้อมแล้ว พรุ่งนี้แปดโมงเช้า พบกันที่สำนักงานใหญ่ของหน่วยพิทักษ์ราตรี”…วันรุ่งขึ้นรถลีมูซีนคันหนึ่งจอดที่หน้าสำนักงานใหญ่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ลงจากร