เสียงดนตรีการต่อสู้อันเร้าใจดังออกมาจากพิณฮาร์ป พร้อมกันกับโน้ตสุดท้ายที่ดังขึ้น ร่างสองร่างที่ยืนอยู่ในลานก็เคลื่อนไหวพร้อมกันเงาสีทองและสีม่วงสองสายปะทะกันในชั่วพริบตากลางลาน พลังเทพสองชนิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอาละวาดไปทั่วทุกมุมของปราการเวทย์ ภายใต้แรงกดดันจากการปะทะอันน่าสะพรึงกลัวนั้น เมอร์ลินที่เดิมทียังนั่งจิบชาจากแก้วเก็บความร้อนอย่างสงบเยือกเย็น ก็เปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย เขาวางแก้วชาลงอย่างเงียบๆ แล้วเสริมปราการเวทย์รอบลานเพิ่มอีกหลายชั้นดิน พืชพรรณ ฝุ่นละออง……ทุกสิ่งในลานแตกสลายและสูญสิ้นไปภายใต้การโจมตีของร่างทั้งสอง ในแสงสีทองและสีม่วง การปะทะของพวกเขาก่อให้เกิดเงาที่แผ่กระจายไปทั่วฟ้า ทำให้ตาพร่าไปหมดแม้แต่หลินชีเยี่ยก็ไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้อย่างชัดเจน‘นี่คือการต่อสู้ระหว่างเทพเจ้าสินะ…’หลินชีเยี่ยหลับตาลงอย่างจนใจ ล้มเลิกความพยายามที่จะจับภาพการต่อสู้ของพวกเขาด้วยตาเปล่า แล้วหันไปใช้การรับรู้พลังงานเพื่อตัดสินสถานการณ์ได้เปรียบเสียเปรียบในสนามโดยรวมแล้ว พลังเทพอันบ้าคลั่งของซุนหงอคงกับอำนาจราชาอันเกรียงไกรของกิลกาเมชยังคงสูสีกันอยู่ แต่หลินชีเยี่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เมื่อซุนหงอคงพยายามจะเรียกใช้พลังเทพมากขึ้นด้วยความโกรธแค้น จะมีแสงพุทธะบางๆปรากฏขึ้นมาทุกครั้ง กดทับพลังงานของเขาลงเขาถูกจีวรบนตัวสะกดไว้“หนุ่มสาวช่างดีเสียจริง” เมอร์ลินนั่งอยู่