ที่ขอบลาน จิบชาจากแก้วเก็บความร้อนอีกครั้ง แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างรำพึงรำพัน “มีพลังเหลือล้น”“ท่านเมอร์ลินก็ไม่แก่เลยนะขอรับ?” บรากีคิดสักครู่ แล้วเสริมอีกประโยค “แค่ผมร่วงเร็วไปหน่อยเท่านั้นเอง”เมอร์ลินได้ยินประโยคแรกก็ยังดูอารมณ์ดีอยู่ แต่พอได้ยินประโยคหลัง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขายื่นมือออกไปลูบเส้นผมที่เหลืออยู่ไม่กี่เส้นบนหัวแล้วถอนหายใจยาว……“เวลาของข้าก็เหลือไม่มากแล้วสินะ……” เขาพึมพำเบาๆ ด้วยเสียงที่ได้ยินแค่ตัวเอง……กลางลาน พลังสองสายนั้นปะทะกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าห้านาที โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดวงตาของกิลกาเมชเต็มไปด้วยประกายสีม่วงเข้มลึกล้ำ เขาหลบหลีกหมัดอันดุดันของซุนหงอคงด้วยการเอียงตัวเสียงลมหวีดหวิวจากหมัดนั้นกระแทกเข้ากับปราการเวทย์ด้านหลัง ทำให้ทั้งลานสั่นสะเทือนกึกก้องเท้าขวาของเขากระทืบพื้นอย่างแรง ทำให้พื้นดินแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ พลังทำลายล้างบริสุทธิ์ทำให้จีวรของซุนหงอคงสะบัดพลิ้ว แต่ร่างของเขากลับไม่ถอยแม้แต่น้อยกิลกาเมชจ้องมองดวงตาสีทองอร่ามคู่นั้น ความโกรธแค้นในดวงตาของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น เขายื่นมือออกไปกำในอากาศ ดาบยาวที่เปล่งประกายสีทองก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาเมื่อเห็นเช่นนั้น ซุนหงอคงก็ยื่นมือไปล้วงที่หู ในชั่วพริบตา กระบองทองสารพัดนึกก็ตกลงมาอยู่ในมือของเขาทั้งสองคนกำอาวุธของตัวเองไว้ คลื่นพลังเทพพุ่งสูงขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ!หลินชีเยี่ยก้มหน้าลง