มองสนามรบ ยังลังเลว่าจะสั่งให้หยุดการต่อสู้ของคนทั้งสองดีหรือไม่ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังมาจากที่ไกลๆ เข้าสู่โสตประสาทของเขา“ท่านผู้อำนวยการ พวกเขาควรจะหยุดได้แล้ว” เสียงของเมอร์ลินดังก้อง “ข้ารู้สึกได้ว่าจิตสำนึกของโรงพยาบาลแห่งนี้เริ่มไม่พอใจแล้ว ถ้าปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันต่อไป อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้”หลินชีเยี่ยหันหน้าไปมองที่ขอบลานชั้นหนึ่ง เมอร์ลินสวมหมวกคลุมสีน้ำเงินเข้ม ยิ้มให้กับเขาหลินชีเยี่ยพยักหน้าเบาๆเขากระโดดลงมาจากราวระเบียงชั้นสอง ผ่านปราการเวทย์ของเมอร์ลิน ลงมาตรงกลางลานพอดี แล้วยื่นมือออกไปกำในอากาศพลังเทพที่อาละวาดอยู่ทุกมุมของลานหายไปพร้อมกัน ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นดับเปลวเพลิง อากาศที่ร้อนระอุสงบลงในทันทีหลินชีเยี่ยในชุดเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่ระหว่างซุนหงอคงกับกิลกาเมช ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ลานที่ถูกทำลายจนเละเทะก็ราวกับมีชีวิตขึ้นมา ซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็ว ดินก่อตัว หญ้างอกใหม่ ต้นไม้เติบโต……เพียงไม่กี่วินาที ทั้งลานก็กลับคืนสู่สภาพเดิมแม้หลินชีเยี่ยจะยืนอยู่ระหว่างทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นซุนหงอคงหรือกิลกาเมช ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือ พวกเขาจ้องกันเขม็ง พลังเทพรอบตัวพลุ่งพล่าน ราวกับว่าอีกเพียงครู่จะพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง“พอได้แล้ว” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเอ่ย “ที่นี่เป็นโรงพยาบาลนะ ถ้าพวกคุณอยากต่อยกันจริงๆ ก็รอให้ออกจากที่นี่ก่อน แล้วค่อยไปต่อยกันจนฟ้าถล่มดินท