แขนของฟางโม่ที่กำลังถือมีดสั้นสั่นเล็กน้อย เขากำลังจะพุ่งเข้าหาสิ่งลี้ลับสีฟ้า แต่ทันใดนั้นก็เหมือนพบบางอย่างเขาหันไปมองป่าด้านข้าง[เขาพบพวกเราแล้วเหรอ?] เสียงของเจียงเอ่อร์ดังออกมาจากหูฟังบลูทูธอย่างประหลาดใจ [ไม่น่าเป็นไปได้นะอย่างมากเขาก็แค่ขั้นฉือ จะรู้สึกถึงการมีอยู่ของพวกเราได้ยังไง?]“เป็นประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่น” อันชิงอวี๋พูดพลางวิเคราะห์อีกฝ่าย “ประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่นของเขาไวมาก เกินขอบเขตของมนุษย์ไปแล้ว… ไม่สิ ควรพูดว่าตัวเขาเองก็ไม่ใช่มนุษย์แล้วต่างหาก……”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันแผ่วเบา ฟางโม่จ้องมองป่านั้น ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกกลัวอย่างประหลาด……ความกลัวนี้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล ประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่นบอกว่าในป่านั้นมีคนอยู่หนึ่งคนกับศพหนึ่งศพเขาก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งมาก่อน แต่ในชั่วขณะนี้ สัญชาตญาณของเขาบอกว่า มนุษย์คนนั้น… ไม่ควรไปข้องเกี่ยวด้วยเด็ดขาดครู่ต่อมา เขาก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง จึงละสายตาจากคนทั้งสอง แล้วพุ่งเข้าหาสิ่งลี้ลับอีกครั้งตอนที่ร่างของเขาผ่านหลี่เจินเจิน เขาพึมพำเบาๆ ว่า“ขอบคุณ ฉันต้องไปก่อนแล้ว บางทีเราอาจจะได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้……”ประโยคนี้ปะปนอยู่ในสายลม ฟังไม่ค่อยชัดเจนนัก หลี่เจินเจินอึ้งไป ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ฟางโม่ก็พุ่งไปอย่างคล่องแคล่วถึงใต้ร่างของสิ่งลี้ลับแล้ว มีดสั้นฟันขาทั้งสองข้างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว มันคำ