งของคุณแตกเมื่อสองปีก่อนก็แล้วกัน”จางเจิ้งถิงได้ยินคำพูดนี้ก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มขึ้นมา “งั้นก็รบกวนพวกคุณด้วยนะครับ”จางเจิ้งถิงหยิบรูปถ่ายออกมาจากในบ้าน แล้วยื่นให้หลินชีเยี่ย “นี่เป็นรูปที่เจินเจินถ่ายเมื่อสองวันก่อน”หลินชีเยี่ยจดจำลักษณะของหลี่เจินเจิน แล้วส่งรูปถ่ายต่อให้อันชิงอวี๋ คนหลังมองดูผ่านๆ แล้วพยักหน้า“เอ่อ ฉันมีคำถามอีกข้อนึง” เจียหลานถามอย่างสงสัย “เด็กคนนี้หนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากเข้าร่วมค่ายฝึกอบรมหรือคะ?”“เรื่องนั้นน่ะ……”จางเจิ้งถิงเกาหัว “คงไม่ใช่นะ……ก็ตั้งแต่หลายปีก่อน เธอก็พูดเซ้าซี้ว่าอยากเข้าร่วมค่ายฝึกอบรม แล้วก็อยากเป็นสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีอย่างเป็นทางการ”“แล้วทำไมเธอถึงหนีออกจากบ้านล่ะ?”จางเจิ้งถิงและสมาชิกคนอื่นๆ มองหน้ากัน แล้วถอนหายใจอย่างจนปัญญา……ในตรอกแมวขาวตาสองสีมองหลี่เจินเจินที่ระแวดระวังตรงหน้า ก่อนจะกระโดดลงมาจากกำแพงร่างของมันยังไม่ทันแตะพื้น ก็บิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็นเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปียืนอยู่บนพื้นอย่างมั่นคงเขาลุกขึ้นยืน มองหลี่เจินเจินที่ตกตะลึงอย่างสงบ แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น“ไม่ต้องกังวล ฉันก็เป็นมนุษย์เหมือนเธอ”ความระแวดระวังในดวงตาของหลี่เจินเจินยังไม่จางหาย ธนูในมือยังคงชี้ไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น“ฉันชื่อฟางโม่” เด็กหนุ่มเอ่ยอีกครั้ง “เมื่อครู่ตอนที่เธอต่อสู้กับพวกอันธพาลนั่น ฉันก็ดูอยู่ พลั