ึงการไปช่วยโจวผิงบุญคุณครั้งนี้ ยิ่งใหญ่มากทีเดียวเมื่อเห็นหลินชีเยี่ยตกลง ดวงตาของจางเจิ้งถิงก็เปล่งประกายด้วยความยินดี เขาเหยียบคันเร่งแล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังฐานทัพของหน่วย 006เพียงไม่นาน รถก็ค่อยๆ จอดลงหน้าเรือนสี่ประสานโบราณทุกคนลงจากรถ เดินตามจางเจิ้งถิงไปที่ประตูเรือนสี่ประสาน จางเจิ้งถิงเปิดประตูแล้วยืนรอด้านข้าง พร้อมทำท่าเชิญให้ทุกคนเข้าไป“หืม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเพิ่งก้าวเข้าประตู เขาเหยียบอิฐสีเขียวใหม่เอี่ยมบนพื้น แล้วถามอย่างสงสัย “ข้าวของเครื่องใช้ที่นี่ดูเก่าแก่มีอายุทั้งนั้น แต่ทำไมอิฐพวกนี้… ถึงได้ใหม่ขนาดนี้?”“……”จางเจิ้งถิงเอ่ยอย่างจนใจ “เรื่องนี้ต้องถามพวกคุณแล้วล่ะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก ดูเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายของจางเจิ้งถิง อันชิงอวี๋จึงเข้าไปกระซิบข้างหูเบาๆ ว่า “นี่คืออิฐที่พวกเราทำแตกเมื่อสองปีก่อนน่ะ……”ไป๋หลี่พั่งพั่งพลันเข้าใจแจ่มแจ้งจางเจิ้งถิงกระแอมเบาๆ เพื่อคลายบรรยากาศที่อึดอัด “เรือนสี่ประสานหลังนี้มีมาตั้งแต่หกถึงเจ็ดสิบปีก่อนแล้วตอนนั้นหัวหน้าหน่วยเมืองหลวงซื้อเรือนสี่ประสานหลังนี้ไว้ หลังจากนั้นก็ใช้เป็นฐานที่มั่นของหน่วย 006 มาตลอดแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร แต่สถานที่แห่งนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน ทางโน้นคือที่พักของสมาชิกหน่วย ทางนั้นคือพื้นที่ทำงานของหัวหน้า และทางโน้นคือสถานที่ฝึกซ้อม……”ขณะที่เดิน จางเจิ้งถิงก็แนะนำเรือนสี่ประสานหลังนี้ให้หนุ่มสาวท