ั้งเจ็ดฟังไปด้วย“ตอนนี้หัวหน้าเสี่ยวผิงเกอกำลังประชุมอยู่ รองหัวหน้าหยวนกังก็ยังคงวุ่นวายอยู่ข้างนอก ดังนั้นตอนนี้ในลานฝึกน่าจะมีสมาชิกอยู่ประมาณแปดถึงเก้าคน……”“แปดถึงเก้าคน?”เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ หลินชีเยี่ยพลันเบิกตากว้าง “ไม่ผิดแน่เหรอ? จำนวนสมาชิกสูงสุดของหน่วยพิทักษ์ราตรีไม่ใช่แค่เก้าคนหรอกเหรอ? แล้วครั้งล่าสุดที่พวกเรามา หน่วยของพวกคุณดูเหมือนจะไม่มีคนมากขนาดนี้นี่……”“นั่นมันเมื่อสองปีก่อนแล้ว” จางเจิ้งถิงอธิบายพร้อมรอยยิ้ม “สองปีมานี้ หน่วยพิทักษ์ราตรีได้เพิ่มโควต้าการรับทหารใหม่เป็นจำนวนมาก ปีที่แล้วจำนวนทหารใหม่ที่รับเข้ามามีประมาณสองเท่าของรุ่นพวกคุณ ปีนี้ดูเหมือนจะขยายเป็นสามเท่า……เมื่อรับทหารใหม่เข้ามามากขนาดนี้ พอพวกเขาจบการฝึก เลือดใหม่ที่ถูกส่งเข้าไปในแต่ละหน่วยย่อยก็มากขึ้นตามไปด้วย หน่วย 006 ในเมืองหลวงตอนนี้มีสมาชิกห้าคนที่เป็นทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในช่วงสองปีนี้”“ทำไมถึงรับคนใหม่เข้ามามากขนาดนี้ล่ะครับ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างสงสัย“เพราะว่ากำลังจะมีสงคราม” อันชิงอวี๋ดันแว่นพลางตอบแทนจางเจิ้งถิง“ตอนที่อยู่ที่ด่านเฉินหลง ฉันก็คิดอยู่ว่าทำไมป้อมปราการที่ตั้งอยู่ชายแดนถึงมีหน่วยพิทักษ์ราตรีแค่ไม่กี่คน……แต่พอลองคำนวณดู ก็พบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ จำนวนหน่วยพิทักษ์ราตรีของต้าเซี่ยมีไม่มากอยู่แล้ว ถ้าต้องประจำการอยู่ตามเมืองต่างๆ ก็คงไม่สามารถระดมกำลังคนมาประจำการที่