าและหน้ากากน้ำวน เปิดประตูหนักอึ้งเดินเข้ามา เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วโกดังมืดสลัวเขาหยุดอยู่กลางโกดัง“หัวหน้า ทางท่านผู้บัญชาการจั่วส่งข่าวมาว่า วิกฤตคลี่คลายแล้ว ไม่จำเป็นต้องย้อนเวลาอีก” น้ำวนเอ่ยเบาๆตรงหน้าเขา มีร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอย่างเงียบงัน ตรงหน้ามีดาบยาววางพาดอยู่ ใบหน้าที่สวมหน้ากากอักษร‘หวัง’ ค่อยๆ เงยขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่สงบนิ่งแต่เหนื่อยล้า“ไม่ต้องแล้วเหรอ?” หน้ากากหวังเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ไม่ใช่บอกว่า… ไม่ทันแล้วหรอกเหรอ?”“หลินชีเยี่ยกับพรรคพวกกลับมาแล้ว พวกเขาปกป้องด่านเฉินหลงไว้ได้” น้ำวนอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ “ช่างเป็นคลื่นลูกหลังที่ซัดคลื่นลูกหน้าจริงๆ……ความก้าวหน้าของคนรุ่นหลังน่ากลัวเหลือเกิน ได้ยินว่าพวกเขากำลังจะกลับเมืองหลวงเพื่อลงทะเบียนข้อมูลอย่างเป็นทางการ และยังมีพิธีมอบเหรียญห้วงอวกาศอีกสองเหรียญด้วย”“หลินชีเยี่ย?”หน้ากากหวังพึมพำชื่อนี้ ในความทรงจำของเขา ปรากฏภาพของเด็กหนุ่มที่มีดวงตาสีทองในค่ายฝึกอบรมเมื่อหลายปีก่อน มุมปากใต้หน้ากากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “พวกเขากลับมาแล้วสินะ……”หน้ากากหวังค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น เก็บ [อี้เยวียน] กลับเข้าที่ฝัก ก้มหน้าลงเล็กน้อย ถอดหน้ากากออก แล้วเดินไปสู่แสงตะวันนอกโกดังสายลมอ่อนๆ พัดผ่านราวกับมือที่มองไม่เห็น พัดเส้นผมสีเงินของหน้ากากหวัง เขาเงยหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยขึ้นมาเล็กน้อย มองดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า ผ่านช่องว่