างระหว่างนิ้วมือ“ในที่สุด แรงกดดันของเราก็ลดลงบ้างแล้ว……”…เมืองหลวงฐานที่มั่นของหน่วย 006เส้าผิงเกอวางสายโทรศัพท์ ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน พลางหาวอย่างขี้เกียจ“ทำไมคุณถึงจะนอนอีกแล้ว?” หยวนกังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ขมวดคิ้วถามอย่างร้อนรน“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง บอกมาสิ! กองทัพสัตว์ร้ายถูกสกัดไว้ได้หรือยัง?”“วางใจเถอะ วิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว” เส้าผิงเกอพูดอย่างใจเย็น “หน่วยรบพิเศษที่ห้ากลับมาแล้ว พวกเขาปกป้องด่านเฉินหลงไว้ได้ ตอนนี้พวกเขาอยู่บนเครื่องบินกลับเมืองหลวงแล้ว คาดว่าบ่ายนี้ก็จะถึง”หยวนกังชะงัก “พวกหลินชีเยี่ยกลับมาแล้วเหรอ?”ในชั่วขณะนั้น ภาพฝนตกในวันนั้นก็ผุดขึ้นในความทรงจำของหยวนกัง ภาพของเจ็ดร่างที่กางร่มดำยืนอยู่นอกเรือนสี่ประสาน ก่อนจะลอยขึ้นไปบนเมฆและจากไป“ผ่านไปสองปีแล้วสินะ……” เส้าผิงเกอนอนอยู่ตรงนั้น เงยหน้ามองเพดานที่ว่างเปล่า “พวกเขากลับมาได้ทันเวลาพอดี”“ใช่ ถึงเวลาที่พวกเขาจะกลับมารับสิ่งที่เป็นของพวกเขาแล้ว”“จริงสิ พวกเขาจะมาถึงเมืองหลวงช่วงบ่าย นายไปรับพวกเขาที่สนามบินไหม?”หยวนกังได้ยินประโยคนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ “ผมน่ะเหรอ? ตอนนี้ผมจะมีเวลาไปรับที่สนามบินได้ยังไง? ค่ายฝึกอบรมปีนี้กำลังจะเริ่มแล้ว รายชื่อนักเรียนก็ยังรวบรวมไม่เสร็จ เรื่องครูฝึกก็ยังไม่ลงตัว ผมไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว คุณก็รู้นี่……”“ก็จริง งานของนายยุ่งจริงๆ” เส