ด่านเฉินหลงคลื่นยักษ์ถาโถมกระหน่ำ ราวกับฝ่ามือยักษ์ที่เกิดจากการรวมตัวของมหาสมุทร ซัดกระหน่ำกำแพงเหล็กกล้าที่แตกร้าวยับเยินจากการโจมตีของสิ่งลี้ลับมากมายตู้ม!!กำแพงที่ขวางกั้นคลื่นสัตว์ร้ายพลันพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ จำนวนปืนใหญ่ในทิศทางนี้ลดลงหนึ่งในสามทันทีประกอบกับระยะห่างระหว่างคลื่นสัตว์ร้ายกับด่านเฉินหลงที่ใกล้เกินไป ทำให้ตาข่ายป้องกันเหล่านี้แทบจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไปคลื่นสัตว์ร้ายได้บุกมาถึงเชิงด่านเฉินหลงแล้ว“สุดท้ายก็ไม่ถึงสี่นาทีงั้นเหรอ……”ฟางจั่วก้มมองนาฬิกาพกในมือ มุมปากปรากฏรอยยิ้มขมขื่น เขาเก็บนาฬิกาพกกลับเข้าไปในผ้าคลุม แล้วค่อยๆชักดาบตรงที่เอวออกมาชิ้ง!เสียงใสกังวานของใบดาบที่ถูกชักออกจากฝัก ในยามนี้ช่างแผ่วเบาเหลือเกินท่ามกลางเสียงคำรามของสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วน หน่วยพิทักษ์ราตรีสี่คนในผ้าคลุมสีแดงเข้มยืนอยู่บนกำแพงที่พังทลาย เมื่อเทียบกับสิ่งลี้ลับที่ทรงพลังซึ่งมีความสูงหลายสิบถึงหลายร้อยเมตรเหล่านั้นแล้ว พวกเขาช่างดูเล็กจ้อยราวกับมดปลวกกำแพงพังทลายแล้ว หน่วยพิทักษ์ราตรีทั้งสี่คนนี้ พร้อมกับเหล่าทหารที่รวมตัวกันอยู่เบื้องหลังพวกเขา คือปราการด่านสุดท้ายของป้อมปราการแห่งนี้“ดูเหมือนว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปล่งประกายแล้วล่ะ” ฟางจั่วล้วงเอาเหรียญตราเปล่งประกายออกมาจากอกเสื้อแล้วลูบไล้อย่างแผ่วเบา“หวังว่า หลังจากใช้สิ่งนี้แล้ว ฉันจะสามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางคลื่นสัตว์ร้ายได้สั