กเหรียญต้องได้แน่ๆ”“ก่อนหน้านี้ผมได้ยินครูฝึกหยวนกังพูดว่า ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีเพียงหน่วยเร้นลับ เท่านั้นที่ได้รับเหรียญห้วงอวกาศใช่ไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มกว้าง “ผมนึกขึ้นได้อีกว่า ตอนที่พวกเราอยู่ในค่ายฝึก หน่วยเร้นลับดูยิ่งใหญ่ในสายตาพวกเรามากแค่ไหนไม่นึกเลยว่าเพียงไม่กี่ปี พวกเราก็ได้กลายเป็นคนระดับเดียวกับพวกเขาแล้ว ไม่รู้ว่าตอนที่พวกเราขึ้นรับเหรียญห้วงอวกาศดวงที่สองในรอบสิบปีบนเวทีที่เมืองหลวง พวกเขาจะมีสีหน้าแบบไหนเมื่อเห็นพวกเรารุ่นน้องยืนอยู่บนนั้น”ไป๋หลี่พั่งพั่งเงยหน้ามองท้องฟ้าไกลๆ ราวกับนึกถึงภาพบางอย่าง มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัวหลินชีเยี่ย เสิ่นชิงจู่ และเฉาเยวียนสบตากัน แล้วยิ้มพร้อมกัน“เออใช่ พั่งพั่ง” หลินชีเยี่ยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “ฉันยังไม่ได้ถามนายเลย ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น นายเป็นคนแรกที่เข้าไปในแวดวงผู้เลื่อมใส ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมนายถึงไปปรากฏตัวอยู่บนเบาะนั่งในซากปรักหักพังนั่นล่ะ?”ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัวแล้วพยายามนึกทบทวน “ตอนนั้นหลังจากที่ผมถูกซัดขึ้นฝั่ง ก็นึกถึงความรู้ที่เคยเรียนในค่ายฝึก พอจะเดาได้ว่าที่นั่นคือที่ไหน แต่แปลกตรงที่เส้นเวลาของที่นี่ดูเหมือนจะไม่ตรงกับเส้นเวลาที่ผมคุ้นเคย”“เวลา?” หลินชีเยี่ยจับประเด็นสำคัญได้อย่างว่องไว “เวลาที่นายไปถึงนั่นประมาณช่วงไหน?”“ถ้าใช้วิธีนับของแวดวงผู้เลื่อมใส น่าจะเป็นปีที่ 51 หลังจากที่เหล่าเทพแห่งที่