นี้ผมก็ควรจะเป็นคนแก่ผมขาวโพลนแล้วสิ?”“สิ่งที่ชีเยี่ยพูดถูกต้องแล้ว” อันชิงอวี๋ดันแว่นตา “เวลาที่พวกเราลงจอดคือปีที่ 101 แต่เวลาของนาย ชัดเจนว่าเร็วกว่าพวกเรามาก ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมนายผ่านไปห้าสิบปีแล้วยังไม่แก่……ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”“น่าจะเป็นเพราะเบาะรองนั่งนั่น” หลินชีเยี่ยคาดเดา “ตอนที่ฉันนั่งลงไปก็สังเกตเห็นแล้ว แม่น้ำแสงเหนือที่ไหลอยู่ในเบาะรองนั่งนั้น มีพลังงานประหลาดบางอย่าง ที่สามารถทำให้การรับรู้เวลาของคนเลือนลางมาก แต่เดิมฉันคิดว่านี่เป็นเพียงความแตกต่างในการรับรู้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าแม่น้ำแสงเหนือนั้นอาจจะมีผลในการชะลอการไหลของเวลาจริงๆ”อันชิงอวี๋ถามต่อ “แล้วหลังจากนั้นล่ะ? หลังจากที่นายลงจอดแล้วเกิดอะไรขึ้น?”“หลังจากลงจอด ผมก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังเรียกผมอยู่” ไป๋หลี่พั่งพั่งพยายามนึกทบทวนอย่างจริงจัง “ความรู้สึกนั้นแปลกมาก เหมือนมีอะไรบางอย่างกระซิบข้างหูผม บอกให้ผมรีบไปหามัน……แต่ผมสนุกกับการเล่นมากเกินไปเลยเพิกเฉยมันไปเลย”“ไม่สนใจเลยเหรอ?” หลินชีเยี่ยอึ้งไป“ใช่สิ” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดอย่างเป็นเรื่องธรรมดา “ก็เหมือนกับว่านายเดินอยู่บนภูเขา แล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนแปลกหน้าตะโกนเรียกชื่อนายจากยอดเขาฝั่งตรงข้าม บอกให้นายไปหาเขา นายจะปีนข้ามภูเขาไปเจอหน้าเขาเลยเหรอ? นั่นมันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อหรอกเหรอ?”หลินชีเยี่ย “…”มีเหตุผลมาก…“ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าต้องรีบหาพวกนายให้เจอ