ก็เลยเดินทางไปทั่ว ผมเดินทางจากคันไซไปจนถึงคันโต เรียนรู้ภาษานิดหน่อย แถมยังถูกออกหมายจับด้วยพวกที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ก็มาหาเรื่องผมเป็นระยะ ผมก็ใช้วัตถุต้องห้ามต่อกรกับพวกเขา แล้วก็หนีไปพวกเขาก็ตามผมไม่ทัน ยังไงก็ตาม ตลอดทางก็สนุกดีอ้อ! ผมยังได้ดาบอะไรสักอย่างสีม่วงมาด้วย……ดาบอะไรนะ? ผมจำไม่ได้แล้ว แต่ผมเอามาแล้วก็ชักออกไม่ได้ ก็เลยโยนใส่กระเป๋าไว้ สุดท้ายผมก็มาถึงแถวๆ ฮอกไกโด”ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดต่อ “พอมาถึงฮอกไกโด ผมก็รู้สึกว่าเสียงกระซิบนั่นดังขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่กี่วัน มันรบกวนการนอนของผมอย่างหนัก ตอนนั้นผมก็เที่ยวญี่ปุ่นจนทั่วแล้ว ไม่มีอะไรทำ ก็เลยตามเสียงกระซิบนั่นไปจนเจอซากปรักหักพัง สุดท้ายก็เดินไปถึงหน้าวิหารหลังนั้น เปิดประตูเข้าไป……หลังจากนั้นผมก็จำไม่ได้แล้ว พอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็อยู่บนเตียงในคลับนั่น เห็นกระดาษที่ชีเยี่ยเขียนทิ้งไว้”หลังจากฟังเรื่องราวของไป๋หลี่พั่งพั่งจบ หลินชีเยี่ยอดรู้สึกทึ่งไม่ได้เมื่อเทียบกับประสบการณ์อันยากลำบากของคนอื่นๆ ในแวดวงผู้เลื่อมใสแล้ว เรื่องราวของพั่งพั่งกลับเหมือนบันทึกการท่องเที่ยวมากกว่า……กินๆ ดื่มๆ ต่อยตีกันบ้าง นั่งลงบนเบาะ พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็ผ่านไปห้าสิบปีแล้ว