ในวันที่แสงแดดสาดส่องสดใส
ยอดฝีมือจากกองทัพที่จวนขุนพลเทวะจัดหาให้ได้เดินทางมาถึงเรือนภูผานที เพื่อทำการสร้างรากฐานให้แก่เซียวเหยียน
เขาคือชายวัยกลางคนร่างเล็กแต่ดูกระชับกระเชง ผิวสีคล้ำ แต่กลับสวมชุดยาวสีเขียวที่ดูพริ้วไหว นามว่าจางอวิ๋นซี ซึ่งฟังดูคล้ายชื่อสตรี ภายหลังเซียวเหยียนจึงเรียกเขาว่าท่านอาจาง
ผู้ที่เดินทางกลับมาพร้อมกับจางอวิ๋นซี ยังมีเด็กหญิงตัวน้อยอีกคนหนึ่ง
เด็กหญิงน้อยอายุไล่เลี่ยกับเซียวเหยียน อ่อนกว่าเขเพียงสองเดือน
ได้ยินมาว่าเป็นบุตรีกำพร้าของสหายร่วมรบของบิดา หรือก็คือขุนศึกอาญายุทธ์ ซึ่งอยู่ที่สมรภูมิชายแดนวิหคอุดรอันห่างไกล
ก่อนที่บิดาของเด็กหญิงจะเสียชีวิต เขาได้ฝากฝังบุตรสาวตัวน้อยไว้กับขุนศึกอาญายุทธ์ และในช่วงลมหายใจสุดท้าย คนทั้งสองก็ได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันไว้
สำหรับการสมรสที่หล่นมาจากฟ้านี้ เซียวเหยียนได้แต่รู้สึกพูดไม่ออก
ให้ตายเถอะ ท่านพ่อจะไปรบก็ไปเถอะ ไม่กลับมาก็แล้วไป
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เคยถามความเห็นของข้าสักคำหรือไม่?
แม้จะขุ่นเคือง แต่เซียวเหยียนก็ไม่ได้ระบายความคับแค้นใจที่สะสมไว้กับเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้
ด้วยเหตุนี้
ในเรือนภูผานทีอันกว้างใหญ่ นอกจ