ี่ถูกปลดอาวุธอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นผู้พิทักษ์ที่ล้อมรอบไป๋หลี่พั่งพั่งหลินชีเยี่ยมองวัตถุต้องห้ามมากมายที่พุ่งเข้ามา สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจ้องมองร่างที่นั่งขัดสมาธิบนเบาะนั้น ในดวงตาวาบไหวด้วยความมุ่งมั่น“พั่งพั่ง” หลินชีเยี่ยมองหน้ากากตือโป๊ยก่าย แล้วพูดอย่างหนักแน่น “ฉันจะพานายกลับบ้าน”ร่างของหลินชีเยี่ยหายวับไปจากที่เดิม[ราตรีพร่างพราย]เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง ก็ได้ทะลวงผ่านทะเลวัตถุต้องห้ามมาแล้ว ก้าวเดียวก็มาถึงตรงหน้าร่างที่สวมหน้ากากตือโป๊ยก่าย เขายื่นมือทั้งสองออกไปกอดร่างนั้นในวินาทีที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสกับร่างของไป๋หลี่พั่งพั่ง ความร้อนที่แผดเผาก็ไหลเข้าสู่ร่างกายของหลินชีเยี่ยราวกับจะเผาร่างของเขาให้มอดไหม้ ความเจ็บปวดทำให้กล้ามเนื้อของหลินชีเยี่ยสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย เขากอดไป๋หลี่พั่งพั่งไว้แน่นร่างของไป๋หลี่พั่งพั่งไม่ได้นุ่มนิ่มอย่างที่คิด แต่กลับแข็งทื่อราวกับก้อนหิน หลินชีเยี่ยออกแรงยกเขาขึ้นจากเบาะแล้วร่วงลงไปด้านล่าง!ตุบ!หลังจากเสียงทุ้มหนัก หลินชีเยี่ยก็อุ้มไป๋หลี่พั่งพั่งลงมายืนอย่างมั่นคงบนพื้นในเวลาเดียวกัน ทะเลวัตถุต้องห้ามที่แขวนอยู่กลางอากาศก็ราวกับสูญเสียแรงยึดเหนี่ยว ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นดังเกรียวกราว กระจัดกระจายไปทั่ว“พั่งพั่ง!!” หลินชีเยี่ยถอดหน้ากากของไป๋หลี่พั่งพั่งออก เขาตะโกนเรียกด้วยความก