้พรากแม่ทัพคนโปรดของเราไป แต่ก็ได้ประทานบุรุษน้อยผู้กล้าหาญมาให้แก่ราชวงศ์เราเช่นกัน”
“เรา… ขอพระราชทานนามแก่เขาว่า… เหยียน!”
“หวังว่าเขาจะสามารถสืบทอดเจตนารมณ์ของขุนศึกพิทักษ์ชาติ กวาดล้างแผ่นดินเพื่อราชวงศ์เรา และรวบรวมดินแดนบูรพารุ่งโรจน์ให้เป็นหนึ่งเดียว!”
“ฝ่าบาท… นามนี้สูงส่งเกินไปนัก บุตรของกระหม่อมเกรงว่าจะมิอาจแบกรับได้พ่ะย่ะค่ะ…”
“อย่าได้กังวล บุรุษแห่งตระกูลเซียว ย่อมคู่ควร!”
พยางค์เดียว… “เหยียน”?
เซียวเหยียนตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอยากหัวเราะขึ้นมา ช่างบังเอิญเสียจริง ที่มีชื่อพ้องกับเขา?
เดี๋ยวก่อนนะ
เด็กที่เขาพูดถึง… คงไม่ใช่ข้าหรอกกระมัง?
เซียวเหยียนก้มหน้าลงมอง เพียงแวบเดียวเขาก็ต้องตกตะลึงจนสติหลุดลอย ตัวเขาอยู่ในผ้าอ้อมห่อตัว มือเล็กเท้าเล็กขาวอมชมพู ถูกสตรีรูปงามในชุดเกราะอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขน
“ใครอยู่ข้างนอก นำหยกโลหิตมังกรของเรามาให้เหยียนเอ๋อร์”
ในไม่ช้า เซียวเหยียนก็เห็นขันทีผู้หนึ่งซึ่งมีผิวขาวซีดเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับยื่นเครื่องหยกสลักลายมังกรสีแดงเข้มชิ้นหนึ่งมาให้
ฝ่ามือขาวเรียวงามข้างศีรษะของเขายื่นออกไปรับอย่างแผ่วเบา สตรีรูปงามที่อุ้มเขาอยู่เอ่