่นั้นมีอันตรายจริงๆ เขาก็สามารถใช้พลังจิตรับรู้ล่วงหน้าและหนีออกมาได้ตอนนี้บริเวณรอบนอกของซากปรักหักพังนี้ถูกค้นหาจนทั่วแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องเข้าไปลึกขึ้นอีกเมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของเว่ยตงฉายแววผิดหวังอย่างแทบไม่สังเกตเห็น แต่แล้วก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว“ได้” เขาพยักหน้าพูดหลินชีเยี่ยได้ปลดอาวุธทั้งหมดบนตัวเขาออกแล้ว ใช้พลังจิตตรวจค้นซ้ำหลายรอบ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีภัยคุกคามใดๆจึงใช้เชือกมัดข้อมือของเขาไว้แน่นหนา แล้วให้เขาเดินนำหน้าฮารูกิเดินเข้ามาข้างหลินชีเยี่ย แล้วถามเสียงเบาอย่างสงสัยว่า “สมบัติมีอยู่จริงเหรอ?”“ไม่แน่” หลินชีเยี่ยครุ่นคิดแล้วพูดต่อว่า “ผมคิดว่าเขากำลังหลอกพวกเรา แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคืออะไร ผมยังคาดเดาไม่ออก……ค่อยๆ ดูไปทีละก้าวแล้วกัน”ฮารูกิไม่มีความเห็นอะไรทั้งสองคนเดินตามเว่ยตง มุ่งหน้าไปยังพิกัดนั้น จนกระทั่งมองไม่เห็นซากเมืองรอบๆ สภาพแวดล้อมเปลี่ยนเป็นที่รกร้างว่างเปล่าทั้งสามคนเดินตามทิศทางนี้เป็นเวลานาน ที่สุดปลายขอบฟ้าอันคล้ายดินแดนป่าเถื่อนก็ปรากฏสิ่งที่แตกต่างออกไปหลินชีเยี่ยหรี่ตามองไปทางนั้น เห็นเสาโทริอิสีแดงสดเรียงรายเป็นแถว ตั้งอยู่บนพื้นดินอันรกร้างราวกับกำแพงเมืองเศษหินและสาหร่ายที่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อสัมผัสกับเสาโทริอิเหล่านี้ก็ถูกผลักออกไปทั้งหมด ราวกับมีประตูที่มองไม่เห็นกั้นไม่ให้พวกมันเข้าไป แม้จะตั้งตระหง่านอยู่ในซากปรักหักพั