งอันรกร้างนี้มาร้อยปีแล้ว แต่พื้นผิวของเสาโทริอิเหล่านี้ก็ยังไม่มีฝุ่นเกาะแม้แต่น้อยแสงสีฟ้าอ่อนที่กระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้า พุ่งทะลักออกมาจากด้านหลังเสาโทริอินี้ ราวกับแม่น้ำที่ไหลบ่าแยกออกเป็นสายย่อยๆ หลายสาย ปกคลุมท้องฟ้าเหนือซากปรักหักพังทั้งหมด“ที่ปลายแม่น้ำแสงเหนือ ผู้ทรงอำนาจสูงสุดดำรงอยู่ทั้งในอดีตและอนาคต”เมื่อเห็นแม่น้ำสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากหลังเสาโทริอิในทันใด หลินชีเยี่ยก็นึกถึงคำทำนายหนึ่งที่ [ทาเคฮิเมะ] ให้ไว้ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยถ้าแสงสีฟ้าอ่อนนี้คือ ‘แม่น้ำแสงเหนือ’ ที่ว่า เช่นนั้น ‘ปลาย’ ที่คำทำนายนี้ชี้ไปถึง ก็คงอยู่ที่ใดที่หนึ่งหลังเสาโทริอินี้แต่ในซากปรักหักพังที่วุ่นวายไร้ระเบียบนี้ ทำไมถึงมีกำแพงเสาโทริอิประหลาดแบบนี้ปรากฏขึ้นมาได้?หลินชีเยี่ยคาดเดาว่าพื้นที่หลักของซากปรักหักพัง คงอยู่หลังกำแพงเสาโทริอินี้ และอาจซ่อนความลับเบื้องหลังการดำรงอยู่ของที่นี่ไว้ด้วย“สมบัติอยู่ข้างใน” เว่ยตงหยุดเดินหน้ากำแพงเสาโทริอิ หันกลับมามองหลินชีเยี่ยและฮารูกิ พูดอย่างสงบว่า“พวกคุณจะเข้าไปไหม?”“เข้า”หลินชีเยี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อยถ้าพูดว่าก่อนหน้านี้เขายังสงสัยและระแวงสถานที่ ‘ซ่อนสมบัติ’ นี้อยู่บ้าง แต่ตอนนี้เห็นว่าที่นี่ตรงกับสถานที่ในคำทำนาย และยังเป็นพื้นที่หลักของซากปรักหักพังด้วย เช่นนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเขาและฮารูกิ มาที่ซากปรักหักพังนี้ก็เพื่อที่นี่เว่ยตงหยุดชั่วค