สำหรับเย่ชิงอวี๋แล้ว นางชอบตัวนางในแบบเดิม และไม่อยากให้ตนเองต้องเปลี่ยนไป!
ทว่าความจริงพิสูจน์แล้วว่า นางคิดมากไปเอง
“หนึ่งชั่วยามก็หนึ่งชั่วยาม เดินไปเรื่อย ๆ เถอะ อย่างไรเสียก็ไม่รีบ” เมิ่งฝานกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
เขาไม่มีความคิดที่จะแบกเย่ชิงอวี๋เดินเลยแม้แต่น้อย
ทำได้เพียงบอกว่า แม่นางผู้นี้จินตนาการฟุ้งซ่านไปเองคนเดียว
ใครบอกกันว่าเมื่อผู้หญิงบาดเจ็บ ผู้ชายจะต้องแบกนางเสมอไป นี่ไม่ใช่การถ่ายละครเสียหน่อย!
อีกอย่างนางก็มิได้บาดเจ็บถึงขั้นเดินไม่ได้ เพียงแค่เดินช้าลงเล็กน้อยเท่านั้น
ที่สำคัญที่สุดคือ เมิ่งฝานรู้ว่าเย่ชิงอวี๋เป็นพวกค่อนข้างรักสะอาดและไม่ชอบการสัมผัสเนื้อต้องตัวกับผู้ชาย
ขนาดแค่จับมือกันก่อนหน้านี้นางยังดูลำบากใจมาก
ในยามนี้ เมิ่งฝานย่อมไม่มีทางเสนอตัวแบกนางเดินให้เสียเรื่องแน่นอน
หากมองจากมุมของเมิ่งฝาน นี่คือปฏิกิริยาที่ปกติที่สุด
ทว่าฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเย่ชิงอวี๋กลับยิ่งกระอักกระอ่วนมากขึ้น
นี่นาง… คิดไปเองฝ่ายเดียวงั้นรึ?
นางอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
ยังดีที่เย่ชิงอวี๋ก้มหน้าอยู่ เมิ่งฝานจึงมิได้สังเกตเห็นสีหน้าของนาง