มือขึ้นนวดใบหน้าที่เครียดเกร็ง ในที่สุดก็ผ่อนคลายลง มุมปากยกขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ “พ่อทำสำเร็จแล้วสินะ……”เธอกอดหมอนข้างๆ กลิ้งไปมาบนเตียงอย่างตื่นเต้น น้ำตาเอ่อคลอที่หางตาหลินชีเยี่ยหันไปมองอามามิยะ ฮารูกิ “แล้วดาบมากาตสึล่ะ? ว่ายังไง?”“เขาบอกว่า ให้เก็บ [ฮิโตมิ] ไว้ที่นั่นก่อน ส่วนอีกสามเล่มเอากลับมาได้ [โคกุโจ] ให้เป็นของขวัญนาย” ฮารูกิตอบหลินชีเยี่ยถอนหายใจ‘ช่างเถอะ ยังไงเขาก็เป็นอาชญากรระดับอัครมาร การเก็บดาบ [ฮิโตมิ] ไว้ป้องกันตัวก็เป็นเรื่องปกติ’หลินชีเยี่ยหยิบชอล์กที่เตรียมไว้ข้างๆ เริ่มวาดวงเวทย์อัญเชิญบนพื้นพลางถ่ายเทพลังจิตลงไป ครู่หนึ่งต่อมา [อาเมะคูซูเระ] [ชิสึรุ] และ [โคกุโจ] ก็นอนนิ่งอยู่บนพื้น“แต่เขาทำได้ยังไงกันนะ?” อามิยะ ฮารูกิยังไม่เข้าใจ “เขาใช้ดาบสี่เล่มนี้ฝ่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เหรอ?”“ไม่รู้สิ รอเขากลับมาแล้วค่อยถามเองก็แล้วกัน”“ก็จริง แต่ไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่……”ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น รถยนต์สิบกว่าคันก็แล่นมาจากถนนไกลๆ จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบที่ชั้นล่างของตึกแก๊งเงามรณะประตูรถเปิดออก ร่างในชุดกิโมโนสีดำทยอยลงจากรถทีละคน บนกิโมโนมีลายดอกซากุระปลิวไสว พวกเขาสวมรองเท้าเกี๊ยะ ใบหน้าเคร่งขรึม เดินตรงมายังชั้นล่างของตึกแก๊งเงามรณะ ทุกคนมีดาบเหน็บอยู่ที่เอว รวมแล้วประมาณร้อยคนทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว สมาชิกแก๊งเงามรณะจำนวนมากก็วิ่งกรูออกมาจา