วามเงียบเขามองอันชิงอวี๋อย่างเหม่อลอย ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย‘ทั้งที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำไมถึงมีความแตกต่างกันได้มากขนาดนี้……สมองนี่ช่างดีจริงๆ น่าเสียดายที่ของฉันใช้ไม่ค่อยได้’เฉาเยวียนถอนหายใจอันชิงอวี๋คีบเศษกระดูกชิ้นสุดท้ายออก เริ่มเย็บแผลอย่างระมัดระวัง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเย็บเสร็จ บาดแผลของเฉาเยวียนก็หายเป็นปกติแล้ว มองจากภายนอกแทบจะไม่เห็นร่องรอยการบาดเจ็บเลย“นาย……มีพลังฟื้นฟูเร็วด้วยเหรอ?” อันชิงอวี๋ถามอย่างประหลาดใจเฉาเยวียนส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ ก่อนหน้านี้แม้ว่าฉันจะฟื้นตัวเร็วกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้เร็วขนาดนี้ ฉันรู้สึกว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน ร่างกายฉันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง……”อันชิงอวี๋เลิกคิ้วขึ้น สายตาจ้องมองเฉาเยวียนอย่างพิจารณา เลียริมฝีปากเล็กน้อย แล้วถามอย่างลองเชิง“งั้น……นายให้ฉันผ่าดูหน่อยไหมล่ะ แล้วฉันจะบอกนายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น?”มุมปากของเฉาเยวียนกระตุก “ฉันไม่มีนิสัยชอบเป็นหนูทดลองนะ”“น่าเสียดายจัง”อันชิงอวี๋ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจในตอนนั้นเอง เฉาเยวียนพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “ชีเยี่ยก็มาด้วย”“อะไรนะ?” อันชิงอวี๋ชะงัก รีบถามต่อ “เขาอยู่ที่ไหน?”“ฉันไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน มีผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งถือรูปของเขามาถามข้อมูล ตอนนั้นเขาน่าจะเพิ่งขึ้นฝั่ง มีผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์ไปตามหาเขา” เฉาเยวียนเว้นวรรค แล้วพูดต่อ “แต่ใ